ระโดดดึ๋งดั๋งเข้ามาในร้าน แม้นางจะไม่มีความจำเป็นต้องทำงานเป็นบริกรใช้หนี้แล้ว แต่ก็ยังมาทำงานตามกิจวัตร
ปู้ฟางเองก็ไม่ได้ทักท้วงแต่อย่างใด เขาปล่อยให้นางทำตามชอบใจ
“เสี่ยวอี้ วันนี้ไม่ใช่วันสำคัญของตระกูลโอวหยางรึ เหตุใดจึงยังมาทำงานอีก” เจ้าอ้วนจินรู้สึกเบื่อเล็กน้อยขณะนั่งรออาหาร จึงหันหน้ามาคุยกับโอวหยางเสี่ยวอี้
“หา วันนี้มีเรื่องอะไรหรือ” เด็กหญิงสะดุ้งตกใจ
เจ้าอ้วนจินพูดต่อ “ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก แต่ข่าวแพร่สะพัดไปทั่วนครหลวงแล้ว ว่าองค์จักรพรรดิสั่งให้แม่ทัพใหญ่เซียวและแม่ทัพโอวหยางประหารเชลยศึกของวันนี้ร่วมกันที่ประตูจัตุรัสมายาสวรรค์ เป็นพวกเจ้าสำนักน่ะ”
“ข้าก็ได้ยินมาเหมือนกัน ดูเหมือนว่าพวกเจ้าสำนักวังวิญญาณทมิฬจะมีพลังปราณอยู่ที่ระดับหกขั้นจักรพรรดิยุทธการกันหมดเลยนะ… การที่นำมาประหารพร้อมกันเช่นนี้ แน่นอนว่าทั้งอาณาจักรย่อมตกใจเป็นธรรมดา คราวนี้ฝ่าบาทหวังผลว่าจะทำให้สำนักน้อยใหญ่นอกจักรวรรดิยำเกรงจริงๆ”
“ตาจิน ข้าบอกให้เลยนะ ข้ากลัวเหลือเกินว่าการประหารครั้งนี้จะไม่ราบรื่น เมื่อวานนี้ก็มีการต่อสู้ระหว่างแม่ทัพใหญ่เซียวกับราชากระบี่หัวใจสะบั้นไม่ใช่รึ เจ้ารู้หรือเปล่าว่าจบอย่างไร คนลูกดันหนีไปเฉยเลยอย่างไรเล่า!”
“นอกจากสำนักความลับแห่งสวรรค์แล้ว เหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์จากเก้าสำนักก็ยังมารวมตัวกันที่นครหลวงเพื่อหยุดการประหารของวันนี้ด้วย ข้าว่าวันนี้จะต้องมีศึกใหญ่เกิด