ที่มีพลังปราณแก่กล้าก็ปรากฏตัวขึ้นจากหลังกำแพงตรอก แต่ละคนถือหอกเอาไว้ในมือ กระโจนเข้าใส่เซียวเยวี่ย
“องครักษ์พยัคฆ์ร้ายแห่งตระกูลเซียวรึ… ชวนให้นึกถึงความหลังเสียจริง”
เสียงพึมพำแหบพร่าของเซียวเยวี่ยลอยไปตามสายลม ดูเหมือนว่าชายหนุ่มกำลังหัวเราะกับตนเองอยู่ จากนั้นสายฝนรอบกายก็พลันระเหยหายไป ราวกับอากาศที่โอบล้อมอยู่ถูกทำให้บิดเบี้ยว
……
แม่ทัพใหญ่เซียวเหมิงพยายามกดความตื่นเต้นลง พลางถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกหลังจากที่ป้อนน้ำแกงไก่ให้เซียวเยียนอวี่ด้วยตนเอง ความรู้สึกหนักอึ้งเหมือนแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่ามลายไปสิ้น
“ขอบใจมาก เถ้าแก่ปู้” แม่ทัพใหญ่เซียวเหมิงเอ่ยกับปู้ฟางพร้อมทำมือแสดงความเคารพ
ปู้ฟางพยักหน้าอย่างไร้อารมณ์ขณะคิด “ก็ควรจะสำนึกบุญคุณอยู่หรอก”
ทันใดนั้นสีหน้าชายหนุ่มก็เปลี่ยนไป เขาได้ยินเสียงเหล็กกระทบกันอยู่ภายนอกร้าน จึงหันหน้าไปมองภายนอกด้วยสีหน้าไม่แน่ใจในทันที แต่เสียงนั้นก็พลันเงียบลงอย่างรวดเร็ว
สีหน้าของแม่ทัพใหญ่เซียวเหมิงยังคงนิ่งเฉยเช่นเดิม แน่นอนว่าเขาย่อมได้ยินเสียงการต่อสู้ที่ภายนอก แต่ไม่ได้ทำอะไร ยังคงป้อนน้ำแกงไก่ให้เซียวเยียนอวี่ต่อไปอย่างไม่เร่งรีบ
“เถ้าแก่ปู้ น้ำแกงไก่นี่… จะเป็นไปได้หรือไม่หากข้าจะสั่งสักชาม” จีเฉิงเสวี่ยก้าวออกมาข้างหน้าแล้วถามชายหนุ่มเจ้าของร้านด้วยรอยยิ้ม
จีเฉิงอันมองจีเฉิงเสวี่ยด้วยสายตามีความหมายพลางก้าวออกมาข้างหน้าเช่นกัน ตัวเขา