อะไร!” ร่างทั้งร่างของแม่ทัพใหญ่แผ่รังสีความโกรธออกมา ขณะจ้องไปที่ปู้ฟางด้วยสายตาเย็นชา
เอื๊อก ปู้ฟางมองแม่ทัพใหญ่ด้วยสีหน้าตายด้าน ก่อนกลืนน้ำแกงลงท้องไป จากนั้นก็จึ๊ปากแล้วพูดตอบ “ข้าก็จะป้อนน้ำแกงนางอย่างไรเล่า นางไม่มีแรงอ้าปากเอง”
“ที่พูดมาดูเหมือนว่าเจ้าจะคิดแทนลูกสาวข้าไปหน่อยนะ…” แม่ทัพใหญ่เซียวเหมิงคิดอย่างงุนงง
“ไม่รู้หรืออย่างไรว่าชายหญิงไม่ควรถูกเนื้อต้องตัวกันก่อนแต่งงาน เสี่ยวอี้ มานี่เร็ว” เขาจ้องปู้ฟางด้วยสายตาเย็นเยียบก่อนเรียกโอวหยางเสี่ยวอี้ให้มาหา
เด็กหญิงรีบพุ่งมาทันที
“เจ้าป้อนน้ำแกงไก่ให้เยียนอวี่เสีย ทำ… เหมือนที่หมอนี่ทำก็แล้วกัน” ผู้เป็นพ่อพ่นลมอย่างเย็นชาเมื่อคิดถึงสิ่งที่ปู้ฟางตั้งใจจะทำเมื่อครู่ แค่คิดก็อารมณ์ขึ้นแล้ว
โอวหยางเสี่ยวอี้พยักหน้า นางรับชามน้ำแกงมาจากปู้ฟางแล้วซดเข้าไปเต็มช้อน
“โอ้!” ทันทีที่น้ำแกงไก่เข้าปาก ดวงตาของโอวหยางเสี่ยวอี้ก็เบิกกว้าง นางเผลอกลืนเข้าไปเต็มคำดังเอื๊อก
ทุกคนจ้องนางด้วยสายตาว่างเปล่า
“ข้าแค่ลองชิมก่อนให้พี่หญิงเยียนอวี่กิน อืม รสชาติก็พอใช้ได้นะ” โอวหยางเสี่ยวอี้ยิ้มเขิน ก่อนซดเข้าไปอีกคำ แต่ไม่กลืนแล้วคราวนี้
ต่อให้ปากเราชนกันก็ไม่เป็นไรหรอก ก็เราเป็นพี่สาวน้องสาวที่สนิทกันนี่นา
น้ำแกงไก่ไหลผ่านเข้าปากของเซียวเยียนอวี่ ค่อยๆ เดินทางผ่านลำคอเข้าสู่ช่องท้องของนาง
ดวงตาของหญิงสาวที่ดูโรยราเหมือนดอกไม้ในฤดูใบร่วงค่อยๆ ขยั