บเล็กน้อย ร่องรอยพลังงานและประกายความมีชีวิตชีวาเริ่มปรากฏขึ้นในแววตาว่างเปล่าของนาง
“ป้อนต่อไป อย่าหยุด” ปู้ฟางพูดเสียงเรียบ
ด้วยเหตุนี้ โอวหยางเสี่ยวอี้จึงป้อนน้ำแกงไก่ให้เซียวเยียนอวี่ผ่านปากต่อไป หลังจากที่ป้อนอีกสามครั้ง ดวงตาของหญิงสาวก็เริ่มมีประกายชีวิตขึ้นมาจนสามารถดื่มน้ำแกงได้ด้วยตนเองแล้ว
“ได้ผล!” ดวงตาของเซียวเสี่ยวหลงเป็นประกาย เขากำหมัดด้วยความตื่นเต้น
“อย่าเพิ่งชะล่าใจไป ป้อนน้ำแกงไก่นางต่อไป ให้ดื่มอีกชามเร็ว” ปู้ฟางสั่งให้โอวหยางเสี่ยวอี้ทำต่อไปอย่างไร้อารมณ์
หลังจากที่เซียวเยียนอวี่ดื่มน้ำแกงไก่หมดอีกชาม ปู้ฟางก็ให้เด็กหญิงหยุดการกระทำ ใบหน้าของเสี่ยวอี้บวมแดง แก้มดูยุ้ยน่ารักเป็นอันมาก
นางกลืนน้ำแกงไก่เข้าไปเต็มคำ ด้วยขั้นปราณเพียงเท่านี้ถือว่าโชคดีมากแล้วที่เลือดกำเดาไม่ไหล
จากนั้นปู้ฟางก็ฉีกน่องไก่เนื้อเด้งเหมือนวุ้นออกมา หนังไก่ยืดเป็นทางตามแรงดึง ชายหนุ่มไม่ได้ดึงหนังติดมาด้วยแต่เอามีดหั่นเนื้อเป็นชิ้นเต๋าเล็ก ผสมลงไปในน้ำแกง แล้วให้เซียวเยียนอวี่กินต่อ
หลังจากที่กินไก่ทั้งน่องและสมุนไพรสะระแหน่เข้าไปเล็กน้อย ใบหน้าของเซียวเยียนอวี่ก็กลับมาเป็นสีแดงเรื่ออีกครั้ง พลังชีวิตที่ไหลออกจากร่างหยุดลงในที่สุด พลังปราณและเลือดเนื้อฟื้นฟูกลับมามากกว่าเดิม แม้จะยังน้อยกว่าคนปกติทั่วไป แต่ก็จัดว่าดีกว่าสภาพก่อนหน้านี้อยู่มากโข
“แค่น้ำแกงไก่หนึ่งชาม… ก็สามารถรักษาอาการเจ