ใดจึงเป็นข้าไม่ได้เล่า” เสียงแหบห้าวเหมือนกระดาษทรายดังสะท้อนไปทั่วร้าน แฝงไปด้วยความเย็นเยือก
เจ้ารู่เก๋อและคนอื่นๆ มีสีหน้าเหมือนต้องมนต์ทันทีที่เห็นใบหน้าหล่อเหลานั้น ทุกคนเหมือนไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง
“เจ้ายังกล้าโผล่หัวมาที่นครหลวงอีกรึ… ไม่กลัวหรืออย่างไรว่าบิดาเจ้าจะรู้ว่าเจ้าอยู่ที่ใด
“พี่ชายสุดที่รักของข้า” เซียวเยียนอวี่พูดเสียงเย็น เสียงไพเราะเหมือนนกน้อยของนางอาบไปด้วยแรงสังหาร
เซียวเสี่ยวหลงทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาลุกขึ้นยืน พลังปราณเที่ยงแท้พวยพุ่งออกจากร่าง
“ราชากระบี่หัวใจสะบั้นเซียวเยวี่ย! บังอาจโผล่หน้ามาที่นครหลวง… รนหาที่ตายรึ!” เจ้ารู่เก๋อและคนอื่นๆ ตกใจแทบสิ้นสติ
เซียวเยวี่ย บุตรชายคนโตของแม่ทัพใหญ่เซียวเหมิง เป็นชายอัจฉริยะขั้นหาตัวจับยาก เมื่ออายุครบสิบขวบ เขาก็บรรลุปราณระดับหนึ่ง และบรรลุระดับสองตอนอายุสิบเอ็ดขวบ พออายุครบสิบสาม เซียวเยวี่ยก็สามารถสร้างพลังปราณเที่ยงแท้ภายนอกกายได้ ก่อนได้พลังปราณระดับสี่ขั้นจิตยุทธการมาครอบครองเมื่ออายุสิบห้าปีเต็ม พออายุสิบแปด ชายผู้นี้ก็เป็นผู้ฝึกตนระดับห้าขั้นราชันยุทธการที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของจักรวรรดิวายุแผ่ว อนาคตของเขาสดใสเหมือนเปลวเทียนที่โชติช่วงชัชวาล
แต่เมื่อสามปีก่อน โศกนาฏกรรมก็มาเยือนตระกูลเซียว เมื่อเซียวเยวี่ยหลงใหลคลั่งไคล้ในวิธีแห่งกระบี่ จนตัดสินเข้าร่วมสำนักกระบี่มหาสูญ ชายหนุ่มต้องการครอบครองจิต