้าได้อย่างไร!”
“ขนมจีบทองคำเสร็จแล้ว” เสียงเรียบของปู้ฟางลอยออกมาจากครัว
โอวหยางเสี่ยวอี้เดินไปรับขนมจีบทองคำเช่นกัน แล้วนำมาวางไว้ตรงหน้าเซียวเยียนอวี่ ขนมจีบทองคำสีทองอร่ามสวยงามเหมือนภาพวาดของจิตกรเลื่องชื่อ ทอแสงเจิดจรัสสีทองราวกับเป็นทองคำแท้ที่อยู่ในจาน
เซียวเยียนอวี่คีบขนมจีบขึ้นมาหนึ่งลูก น้ำซุปซึมออกจากภายในขนมจีบ ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนไปทั่วร้าน
แต่ก่อนที่น้ำซุปนั้นจะทันได้ไหลออกจากขนมจีบ นางก็เอาปากรับไว้ได้ทัน ริมฝีปากกระจับของนางดูน่าหลงใหลมากยิ่งขึ้นด้วยมันจากขนมจีบที่เคลือบปากไว้จนดูชุ่มชื้น
เจ้ารู่เก๋อมองภาพตรงหน้าเหมือนต้องมนต์สะกด ไม่มีใครรู้ว่าที่ชายหนุ่มกำลังทำหน้าเคลิบเคลิ้มอยู่นี้เป็นเพราะอาหารหรือหญิงงามกันแน่ ทว่า… ภาพตรงหน้านั้นจัดว่าเป็นอาหารตาของเขาโดยแท้
จากนั้นระยะเวลาที่อาหารแต่ละจานถูกลำเลียงออกจากครัวก็สั้นลงเรื่อยๆ
ปลาดองเหล้าเองก็พร้อมกินแล้วเช่นกัน แต่อาหารจานนี้หนักเกินจะให้โอวหยางเสี่ยวอี้ถือ ปู้ฟางเลยต้องเดินออกจากครัวมาวางให้ด้วยตนเอง เมื่อเขาเดินเข้าบริเวณห้องอาหารมา ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นชายปริศนาในหมวกไม้ไผ่
ชายปริศนาพยักหน้าให้ปู้ฟางผู้ซึ่งหยักหน้าตอบอย่างไร้อารมณ์
ทันทีที่จานปลาดองเหล้าถูกยกออกจากครัว กลิ่นสุราหอมกรุ่นก็ลอยกลบกลิ่นอาหารจานอื่นไปจนหมดสิ้น แม้กระทั่งชายปริศนายังดวงตาเป็นประกายและจับจ้องอยู่ที่จานปลาดองเหล้านานเป็นพิเศษ
“ดูท่าทางแ