่นอน!” เจ้ารู่เก๋อคิด เขามองใบหน้าตายด้านของปู้ฟาง รู้สึกอยากโยนรองเท้าไปประทับตราบนนั้นเหลือเกิน ใบหน้ายียวนกวนประสาทเช่นนั้นต้องโดนเสียบ้าง!
“เช่นนั้นก็บอกข้ามา ใครกันที่จองสุราเหยือกที่สามไว้ ข้าจะไปเอาเงินฟาดหัวมันจนกว่ามันจะยอมยกให้ข้า!” เจ้ารู่เก๋อพูดด้วยสีหน้าถมึงทึง
“จะทำอะไรก็เรื่องของเจ้า ข้าไม่สน ตราบใดที่เจ้าไม่ก่อเรื่องในร้านข้า” ปู้ฟางพูดเสียงเรียบ จากนั้นก็เดินกลับเข้าครัวไป แต่เมื่อเดินไปถึงปากประตูครัว เขาก็หันกลับมาถามด้วยความสงสัย “เจ้าไม่สั่งอาหารอย่างอื่นรึ แค่มาดื่มอย่างเดียวหรืออย่างไร”
“ข้าเอาขนมจีบทองคำ” เซียวเยียนอวี่เอ่ยเสียงเบา
เซียวเสี่ยงหลงยิ้มกริ่มก่อนสั่งข้าวผัดไข่สูตรปรับปรุง สามยักษ์ร้ายแห่งตระกูลโอวหยางสั่งปลาดองเหล้าหนึ่งจานตามปกติ เนื่องจากเป็นอาหารจานเดียวที่พวกเขารับรสได้
“แล้วเจ้าล่ะ” ปู้ฟางหันไปมองเจ้ารู่เก๋อ
ชายหนุ่มหรี่ตา “ข้าเอาซี่โครงเปรี้ยวหวาน! หากต้องกินข้าก็จะกินของที่แพงที่สุดในร้าน!”
คนอื่นประหลาดใจเมื่อได้ยิน เนื่องจากเพิ่งเห็นว่ามีอาหารรายการใหม่เพิ่มเข้ามา ก่อนหน้านี้พวกเขามัวแต่สนใจสุราหัวใจหยกเยือกแข็งจนไม่ได้มอง
“ซี่โครงเปรี้ยวหวานรึ อืม ได้” ปู้ฟางพยักหน้าแล้วเดินเข้าครัวไป
ซี่โครงเปรี้ยวหวานนั้นมีสนนราคาอยู่ที่ห้าสิบผลึก จัดเป็นอาหารราคาแพงที่สุดในร้านขณะนี้
“เจ้ารู่เก๋อ เอาเงินมาพอหรือเปล่า” โอวหยางเสี่ยวอี้อดถามไม่ได้ แม้