ลงจอก กลิ่นหอมเข้มก็อบอวลไปในอากาศ
เซียวเสี่ยวหลงและสามยักษ์ร้ายแห่งตระกูลโอวหยางแทบอดรนทนไม่ไหว
แต่ตอนที่พวกเขากำลังจะดื่มสุราน้ำอัญมณีทิพย์นั่นเอง ร่างหนึ่งก็เยื้องย่างเข้าร้านมา ทุกย่างก้าวของร่างนั้นเปรียบเสมือนมีมนต์ประหลาดที่สะกดสายตาของทุกคนไว้
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ร่างตรงปากทางเข้า
ชายผู้นั้นสวมชุดคลุมสีดำ สะพายกระบี่ยาวห่อด้วยเศษผ้าไว้บนหลัง ทั้งยังสวมหมวกไม้ไผ่ติดผ้าคลุมสีดำบดบังใบหน้า ร่างของเขาสูงโปร่ง บรรยากาศที่แผ่ออกมาช่างแสนลึกลับ
ทันทีที่ชายผู้นี้เดินเข้าร้านมา อากาศภายในร้านก็พลันเย็นลงเล็กน้อย
กล้ามเนื้อของสามยักษ์ร้ายแห่งตระกูลโอวหยางกระตุก ดวงตาของพวกเขาจ้องไปที่ชายปริศนาในหมวกไม้ไผ่อย่างตื่นตัว รู้สึกได้ถึงบรรยากาศน่าขนหัวลุกที่แผ่ออกจากอีกฝ่าย
ไอนี้ทำให้พลังปราณเที่ยงแท้ภายในกายของพวกเขาพลันปั่นป่วน… ราวกับเป็นกลไกป้องกันตนเองของร่างกายในยามวิกฤต
เซียวเยียนอวี่และเซียวเสี่ยวหลงชะงักไปชั่วครู่ สายตาจับจ้องอยู่ที่ชายปริศนาไม่วางตาเช่นกัน ทั้งคู่รู้สึกเหมือนว่าสายตาภายใต้ผ้าคลุมสีดำนั้นจ้องมาที่พวกเขาอยู่
“เจ้าเป็นใครกัน!” เจ้ารู่เก๋อมุ่นคิ้วก่อนถามเสียงเย็นชา เขารู้สึกได้ว่าชายผู้นี้มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันในนครหลวง ผู้เยี่ยมยุทธ์จำนวนไม่น้อยจากหลายสำนักพากันซ่อนตัวอยู่เพื่อรอวันลงมือ หรือว่า… ชายผู้นี้จะเป็นหนึ่งในผู้ฝึกตนจากสำนักเหล่านั้