ำได้ว่าเสี่ยวอี้เคยบอกเขาว่าจะมี “เซียวอะไรสักอย่าง” กลับนครหลวงมาวันนี้ นางจึงต้องขอลาหยุดหนึ่งวัน
แต่เหตุใดลูกค้าคนอื่นจึงหายไปด้วยเล่า นั่นเป็นสิ่งที่ชายหนุ่มกังวลมากกว่า
ความจริงก็คือลูกค้าที่มากินข้าวที่ร้านเขาล้วนเป็นคนใหญ่คนโตทั้งสิ้น จักรพรรดิได้จัดงานเลี้ยงใหญ่ที่ท้องพระโรงเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะและการกลับมาของเซียวเหมิง และได้เชิญบุคคลอันทรงเกียรติมากมายในนครหลวงให้เข้าร่วมงานสังสรรค์นี้ด้วย เจ้าอ้วนจินและคนอื่นๆ เข้าวังหลวงไปร่วมงานรื่นเริงนี้ จึงทำให้ไม่มีใครมาที่ร้านแม้แต่คนเดียว
ปู้ฟางเปิดตู้ควบคุมอุณหภูมิ แล้วหยิบโถดินขนาดสูงเท่าครึ่งตัวคนออกมา จากนั้นก็วางมันที่กลางครัว
“สุรานี้ต้องใช้เวลาหมักสามวัน ข้าเอาโถใส่ตู้มาครบสามวันแล้ว แปลว่าสุราหัวใจหยกเยือกแข็งต้องพร้อมดื่มแล้วสินะ” จู่ๆ ปู้ฟางก็จำได้ขึ้นมาว่าตนเองหมักเหล้าเอาไว้ ก่อนหน้านี้เขาวางแผนไว้ว่าจะนำมันออกมาดูตอนกลางคืน แต่ในเมื่อไม่มีคนมาที่ร้าน ชายหนุ่มจึงเปลี่ยนใจมาเปิดดูตอนนี้แทน
เขาหยิบโถดินขนาดเล็กสามใบที่ระบบเตรียมไว้ให้ออกมา แล้วตั้งท่าพร้อมจะเปิดโถหมักออกเพื่อกรองสุราให้ใสบริสุทธิ์
ทันทีที่ชายหนุ่มเปิดผ้าคลุมโถขนาดใหญ่ กลิ่นสุราก็ระเบิดออกจากโถพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของเขา
หลังจากสูดกลิ่นสุราเข้าปอดไปเฮือกใหญ่ ปู้ฟางก็ตัวสั่นเล็กน้อย ใบหน้าแดงเรื่อ
“กลิ่นนี้เข้มข้นมาก แต่กลับไม่ระคายจมูก แรงแต่ไม่มากจนเกินไป…”