าดองเหล้าในจานหมดพอดิบดีพอ
ปู้ฟางไม่ตอบอะไร ชายหนุ่มเข้าใจดีว่าจีเฉิงเสวี่ยไม่เชื่อคำที่เขาพูด แต่ก็ไม่ได้ดึงดันอะไรอีกเนื่องจากคิดว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ อสูรเวทในตำนานนั้นฟังดูน่าประหวั่นพรั่นพรึงเกินไปจริงๆ
“ในความเป็นจริงแล้ว ระดับของอสูรเวทยิ่งมาก เนื้อก็ยิ่งมีคุณภาพตามขึ้นไปอีก ถือเป็นวัตถุดิบตามธรรมชาติที่มีคุณภาพดีที่สุด หากองค์ชายหาวัตถุดิบอะไรดีๆ มาได้ ก็สามารถนำมาที่ร้านให้ข้าทำเป็นอาหารให้กินได้” ปู้ฟางพูดด้วยสีหน้าจริงจัง ระบบของเขามีระดับสองดาวแล้ว นั่นแปลว่าเขาสามารถใช้วัตถุดิบที่ลูกค้าหามาเพื่อประกอบอาหารได้ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจย้ำเตือนความจริงข้อนี้กับจีเฉิงเสวี่ย
“อ้าว ข้าสามารถนำวัตถุดิบมาได้เองหรือ ฟังดูน่าสนใจทีเดียว” ดวงตาขององค์ชายหนุ่มสว่างวาบขึ้น เขาพยักหน้าตอบรับ
ฝนค่อยๆ หยุดตก เมฆทะมึนครึ้มเบาบางลงเรื่อยๆ แสงแดดอบอุ่นส่องทะลุผ่านม่านกำบังเหล่านั้นลงมายังผืนดิน
จีเฉิงเสวี่ยลุกขึ้นยืนพร้อมหยิบผลึกยี่สิบผลึกจากถุงเงินส่งให้ปู้ฟาง จากนั้นก็ลูบหัวโอวหยางเสี่ยวอี้ที่ยังคงกินข้าวผัดไข่อย่างมูมมาม แล้วออกจากร้านไปพร้อมร่มกระดาษเคลือบน้ำมันในมือ
ฝนที่หยุดตกมาพร้อมแอ่งน้ำมากมายบนพื้นกรวดในตรอก ต้นมอสสีเขียวชอุ่มดูสดใสมีชีวิตชีวา หยดน้ำฝนชุ่มฉ่ำไหลลงมาเป็นสายจากกำแพงตรอกที่ยังคงเปียกปอน
สุนัขสีดำตัวใหญ่ยังคงนอนอืดอยู่ที่ทางเข้าร้าน มันอ้าปากหาวหวอดด้วยความเกียจคร้า