ยกลางคนหนวดงามคนหนึ่งพูดกับชายหนุ่มผู้ประทับอยู่ในวังขององค์ชายรัชทายาท ในมือของชายวัยกลางคนผู้นั้นถือกระดาษอยู่แผ่นหนึ่ง
ชายหนุ่มสวมชุดคลุมลายพญางูสีทองและพระสุวรรณมงกุฎสีม่วงบนศีรษะ ใบหน้าของเขาขาวซีด คิ้วเรียวยาวชี้ขึ้น ดวงตาแหลมเฉียงขึ้นด้านบนเหมือนกระบี่คมกริบ ทำให้เขาดูทั้งชั่วร้ายและทรงอำนาจไปในเวลาเดียวกัน
“อ้อหรือ แล้วตายหรือยังเล่า” ชายหนุ่มถาม สิ่งแรกที่เขาสนใจคือชะตากรรมของจีเฉิงเสวี่ย
“ยังพะย่ะค่ะ องค์ชายสามใช้เวลาต่อสู้กับสำนักน้อยใหญ่นอกชายแดนอาณาจักรมาเป็นเวลานาน ด้วยความสามารถด้านการยุทธ์ของเขา คงไม่พลาดพลั้งให้นักฆ่าโดยง่ายเป็นแน่” ชายวัยกลางคนมาดสง่าเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะ มือลูบเคราตนเองไปพลาง
“ผู้ที่อาจหาญพอจะลอบสังหารน้องสามจะต้องมีปราณอย่างน้อยที่ขั้นราชันยุทธการ ดังนั้นน้องสามจะต้องได้รับบาดเจ็บแน่ ทว่าหากเขาได้รับบัตรเจ็บแล้วละก็ ทั่วทั้งนครหลวงจะต้องรู้เรื่องนี้แน่นอน และหากท่านพ่อรู้ สถานการณ์คงไม่เงียบสงบเช่นนี้แน่” องค์ชายรัชทายาทลืมตาขึ้น เผยให้เห็นนัยน์ตาสีดำเข้มล้ำลึก
“องชายสามมิได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย ถือเป็นเรื่องที่ประหลาดยิ่ง หรือจะมีนักรบผู้กล้าคอยให้ความช่วยเหลือเขาอยู่กันแน่” ชายวัยกลางคนครุ่นคิด
“ซูฉี ช่วงนี้น้องสามไปกินข้าวที่ร้านอาหารร้านนั้นตลอดเลยไม่ใช่หรือ ร้านนั้นมีอะไรผิดปกติหรือไม่ เจ้าได้ส่งใครไปตรวจสอบดูหรือยัง” องค์ชายรัชทายาทถาม
“อง