กุมารเอ่ย
ซูฉีพยักหน้า ผสานกำปั้นและฝ่ามือทำความเคารพอีกฝ่ายจากนั้นก็ถอยออกมา
…
ณ ตำหนักอวี่อ๋อง
องค์ชายสอง จีเฉิงอวี่ขยำจดหมายในมือทิ้งด้วยสีหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ
“ไอ้ร้านอาหารขี้ประติ๋วนั่นบังอาจขวางทางข้ารึ ดูเหมือนว่าจะต้องไปเยือนเสียหน่อยแล้ว ข้าอยากรู้นักว่าใครหน้าไหนในร้านนั้นมันกล้าสังหารนักฆ่าที่มีปราณระดับห้าขั้นราชันยุทธการของข้ากัน” อวี่อ๋องพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
…
ภายในครึ่งชั่วยามหลังจากความพยายามลอบสังหารองค์ชายสาม บรรดาเจ้าพนักงานชั้นสูงและขั้วอำนาจน้อยใหญ่ในนครหลวงล้วนได้รับรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นที่จวนเซียวหรือจวนโอวหยาง ทุกคนล้วนตกใจกับข้าวที่ได้รับเป็นอันมาก การลอบสังหารองค์ชายนั้นหาใช่เรื่องเล็กไม่
แน่นอนว่านอกจากเรื่องความพยายามสังหารองค์ชายแล้ว อีกเรื่องที่กลายมาเป็นจุดสนใจของบรรดาผู้มียศถาบรรดาศักดิ์จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากร้านเล็กๆ ของฟางฟาง หลายคนสนอกสนใจร้านที่ขายข้าวผัดไข่ในราคา สิบผลึกร้านนี้เป็นอย่างยิ่ง
ผลที่ตามมาก็คือขั้วอำนาจน้อยใหญ่ต่างพากันส่งคนของตนไปเยี่ยมชมร้านดู
เจ้าของร้านที่กำลังเป็นที่โจษจัน บัดนี้นอนขดตัวอยู่บนเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน แสงแดดอุ่นหลังสายฝนพรำอาบไล้ไปทั่วร่าง ส่งให้ชายหนุ่มหาวออกมาอย่างสบายตัว
เจ้าของร้านผู้นี้ยังไม่รู้แม้แต่น้อย ว่าฝูงผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ขนาดใหญ่กำลังจะมาเยือนแล้ว
………………………………