ินว่าเจ้าจะโดนคนชั่วลักพาตัวไป มานี่เร็ว มาให้ปู่ดูหน่อยว่าบาดเจ็บอะไรตรงไหนหรือไม่ ตายๆ ดูสิ เจ้าผ่ายผอมลงนี่นา…”
ผู้เฒ่าโอวหยางลูบศีรษะโอวหยางเสี่ยวอี้ด้วยความรักในดวงตา
โอวหยางซงเหิงเองก็ยิ้มแฉ่งเช่นกัน “ลูกน้อยที่น่ารักของพ่อ อย่าหนีออกจากบ้านไปอีกเลยนะ ตอนนี้ในนครหลวงนั้นหาปลอดภัยไม่ รอให้หมดช่วงนี้ไปก่อนเถิด แล้วพ่อจะหนีออกจากบ้านเป็นเพื่อนเจ้าเอง”
สามยักษ์ร้ายแห่งตระกูลโอวหยางมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจคิดว่าโลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมเสียนี่กระไร แม้จะเป็นพี่น้องท้องเดียวที่คลานตามกันออกมา แต่เหตุใดกลับได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหวถึงเพียงนี้
โอวหยางซงเหิงรู้สึกได้ถึงสายตาของบุตรชายที่จับจ้องมา จึงรีบปรับสีหน้าเป็นเรียบเฉยทันที เขาพ่นลมเยาะ “มองอะไร รีบไปฝึกปราณเดี๋ยวนี้ หากพวกเจ้าไม่ได้ระดับห้าขั้นราชันยุทธการภายในปีนี้ ข้าจะทำให้พวกเจ้าหลาบจำเลยทีเดียว”
สามพี่น้องรีบวิ่งหนีไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วยใบหน้าเซื่องซึม ขณะกำลังวิ่งออกไปนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหันไปจ้องน้องสาวของตนเองตาเขียว
ป้าบ!
ผู้เฒ่าโอวหยางเปลี่ยนสีหน้าเป็นเรียบเฉย ก่อนตบหัวลูกชายตนเองที่ทำท่าวางอำนาจขึ้นมาทันที “แล้วเจ้าเล่ามองอะไรอยู่ รีบไปฝึกปราณเดี๋ยวนี้ หากเจ้าไม่ได้ระดับหกขั้นจักรพรรดิยุทธการภายในปีนี้ ข้าจะทำให้เจ้าหลาบจำเลยทีเดียว”
เมื่อโอวหยางเสี่ยวอี้เห็นภาพนี้ นางก็หัวเราะร่ว