ัวอยู่ทั่วนครหลวง จึงไม่ใช่เวลาที่เจ้าจะมาพยศ หากถูกลักพาตัวไป จะกลายเป็นตัวถ่วงท่านปู่เจ้าไปเสีย”
โอวหยางเสี่ยวอี้ยังพอมีความเกรงกลัวจีเฉิงเสวี่ยผู้สง่างามอยู่บ้าง นางจึงกะพริบตาปริบแล้วพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง
ตอนนั้นเองปู้ฟางก็ทำข้าวผัดไข่เสร็จ หลังจากวางเอาไว้บนขอบหน้าต่างเรียบร้อย เขาก็ตะโกนเรียกเสียงเย็น “เจ้าเปี๊ยก ข้าวผัดไข่ของเจ้าเสร็จแล้ว”
“อ๊ะ! มาแล้วๆ !” เมื่อได้ยินว่าข้าวผัดไข่ของตนเองทำเสร็จเรียบร้อย โอวหยางเสี่ยวอี้ก็สดใสขึ้นมาทันที นางกระโดดดึ๋งอย่างตื่นเต้นแล้วพุ่งตัวไปที่หน้าต่าง
เด็กหญิงวิ่งถือชามข้าวผัดไข่กลิ่นหอมกลับมาวางลงบนโต๊ะ โอวหยางเสี่ยวอี้ที่กำลังหิวโซไม่สนใจคนอื่นในร้านอีกต่อไป นางเริ่มกินอย่างเอร็ดอร่อยทันที
“เจ้าเด็กนี่… ไม่อยากเชื่อเลยว่านางจะหาที่แห่งนี้เจอ” เซียวเสี่ยวหลงมีสีหน้าอ่อนโยนขณะดูเด็กหญิงกินข้าวอย่างมูมมาม
“เถ้าแก่ปู้ ข้าขอข้าวผัดไข่สูตรปรับปรุงหนึ่งชาม” องค์ชายสามตะโกนสั่งไปทางห้องครัวอย่างสุภาพ
“จะสั่งอะไรก็บอกเด็กนั่น” ปู้ฟางตอบโดยไม่ออกจากครัว
จีเฉิงเสวี่ย เซียวเสี่ยวหลง และเซียวเยียนอวี่ชะงักไป
เด็กหญิงที่กำลังสาละวนกับการกินสะดุ้งทันที นางเงยหน้าขึ้น ใบหน้ามีเมล็ดข้าวสองสามเมล็ดติดอยู่ จากนั้นก็พูดด้วยท่าทางน่ารัก “ตอนนี้ข้าทำงานเป็นบริกรที่ร้านนี้อยู่ หากจะสั่งอะไรก็บอกข้า”
“เจ้าเนี่ยนะเป็นบริกร” เซียวเสี่ยวหลงตาเบิกกว้าง เขาจ้อง