น้าเขาเป็นที่เรียบร้อย นางเลียปากแผล็บ ดวงตาจ้องไปที่ชามกระเบื้องไม่กะพริบ
“อาหารจานใหม่รึ ดูน่าอร่อยทีเดียวเชียว เป็นน้ำแกงปลาหรือนี่ เหตุใดน้ำแกงจึงเป็นสีขาวน้ำนมเล่า
“ให้ตาย เต้าหู้นี่สวยเป็นบ้า ดูเหมือนงานศิลปะเลยทีเดียว มันหน้าตาเป็นเช่นนี้ได้อย่างไรกันหลังจากปรุงสุกแล้ว
“สวรรค์โปรด! หัวปลานี่เนื้อแน่นเป็นบ้า! ดูน่าอร่อยเหลือเกิน!”
……
ปู้ฟางวางชามและตะเกียบลง หันหน้าไปมองเด็กหญิงที่พล่ามไม่หยุด เขาถอนหายใจอย่างกระอักกระอ่วน “ไปหยิบชามกับตะเกียบมา จะได้กินด้วยกัน”
ดวงตาของเด็กหญิงเป็นประกายขึ้นทันที ใบหน้ามีแก้มน่ารักของนางสว่างวาบด้วยรอยยิ้ม “นายท่าน ท่านนี่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกหล้า!”
เสร็จแล้วนางก็วิ่งเข้าครัวไป แล้วกลับออกมาพร้อมชามกระเบื้องในมือ นางจ้องปู้ฟางอย่างกระสับกระส่าย
มุมปากของปู้ฟางฉีกเป็นรอยยิ้มแข็งทื่อ เขาหยิบชามในมือเด็กหญิงมาตักน้ำแกงใส่จนเต็มครึ่งชาม จากนั้นก็เพิ่มชิ้นปลาอ้วนหนานุ่มหนึ่งชิ้นและเต้าหู้ขาวใสสองชิ้นลงไป
เด็กหญิงรีบรับชามไปทันที นางเอาชามเข้ามาสูดดมใกล้ๆ อดอุทานออกมาดังๆ ไม่ได้เมื่อกลิ่นหอมอุ่นปะทะเข้าใบหน้า
เด็กหญิงดูเหมือนจะรู้เรื่องการกินพอสมควรเลยทีเดียว นางไม่ได้หยิบชิ้นปลาขึ้นมากินทันที แต่ยกชามขึ้นซดน้ำแกงเป็นอันดับแรก น้ำแกงสีขาวนวลไหลผ่านริมฝีปากเล็กน่ารักเข้าไปภายในปากนาง น้ำแกงที่ข้นเล็กน้อยทำให้สัมผัสในปากอ่อนโยนราวแพรไหม รสชาติเข้มข้น