็นอนเร็วๆ แล้วกัน พรุ่งนี้ต้องทำงาน” ปู้ฟางพยักหน้าอย่างไร้อารมณ์ ก่อนเอ่ยเตือนนาง
ใบหน้าของเด็กหญิงชะงักค้าง จากนั้นนางก็พ่นลมออกจมูกอย่างจองหอง เด็กหญิงวางชามในมือลงแล้วกำลังจะเดินกลับเข้าห้องไป แต่นางเหมือนลังเลใจอยู่ชั่วครู่เมื่อก้าวถึงประตู เด็กหญิงหันมาหาปู้ฟางแล้วเอ่ยแนะนำตัว “นายท่านตัวเหม็น ข้าชื่อโอวหยางเสี่ยวอี้ เรียกข้าว่าเสี่ยวอี้ก็ได้”
ปู้ฟางชะงักเล็กน้อย “อืม รับทราบ”
“…”
เด็กหญิงมีสีหน้ารำคาญใจ นางคิดในใจ “ข้าบอกชื่อข้าให้รู้แล้ว ตามปกติไอ้นายท่านตัวเหม็นนี่ต้องแนะนำตัวกลับไม่ใช่รึ”
“นายท่านตัวเหม็น ท่านชื่อแซ่อะไร” เสี่ยวอี้ถามอย่างเย่อหยิ่ง
“ปู้ฟาง” ชายหนุ่มตอบขณะเก็บถ้วยชามบนโต๊ะ เด็กหญิงเสี่ยวอี้พ่นลมออกมาอีกหนึ่งที ก่อนกลับไปนอนอย่างพึงพอใจ
หลังจากใส่ถ้วยชามเข้าเครื่องล้างจานเรียบร้อย ปู้ฟางก็ยืดร่างกายคลายเมื่อย ตั้งใจว่าจะเข้านอนแต่หัวค่ำ แม้ร่างกายของเขาจะแข็งแรงขึ้นแล้ว แต่ก็ยังจำเป็นต้องพักผ่อนให้เพียงพอเสมอ
ปู้ฟางกินน้ำแกงเต้าหู้หัวปลาเรียบร้อย รสชาติแสนอร่อยจากน้ำแกงยังคงค้างอยู่ในปาก เขาจึงยังไม่อยากทำอาหารใหม่ที่ได้มาอีกจานอย่างขนมจีบทองคำในตอนนี้
คืนนั้นผ่านไปอย่างเงียบสงบ
เช้าวันรุ่งขึ้น ยามที่แสงแรกสาดกระทบประตูทางเข้าร้าน ปู้ฟางก็ฝึกทำอาหารประจำวันเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยและพร้อมเปิดร้านอีกครั้ง
โอวหยางเสี่ยวอี้ขยี้ตางัวเงียขณะเดินลงมาชั้นล่างของร