างคนต่างจ้องมองร้านเล็กๆ ในตรอกด้วยสายตาเย็นเยียบ
“พับผ่าสิ! ไอ้ร้านรูหนูในที่รกร้างเช่นนี้มันกล้าดีมาข่มเหงนายน้อยของเรา! วอนหาเรื่องให้โดนทุบเสียแล้ว!”
ปู้ฟางกำลังนอนขดตัวอยู่บนเก้าอี้ที่หน้าทางเข้าร้าน ดวงตาของชายหนุ่มหยีสู้แสงดวงอาทิตย์อบอุ่นที่กำลังอาบไล้ร่างแสนขี้เกียจของเขา
สุนัขสีดำตัวใหญ่ที่นอนอยู่ใกล้กันนั้น กำลังส่ายหางไปมาพร้อมทั้งกินอาหารในชามข้าวของมันอย่างตะกละตะกลาม
“ข้ามาพังร้านเจ้าตามสัญญาแล้ว!” ซุนฉีเซี่ยงชี้พัดกระดาษไปที่ปู้ฟางด้วยท่าทางโอหัง และตะโกนออกมาด้วยเสียงเย็น เขามั่นใจว่าปู้ฟางจะต้องกลัวหัวหดแน่นอน ด้วยกำลังพลบ่าวไพร่มากมายที่เขานำมาด้วย
หากปู้ฟางไม่คุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาจากเขาละก็ ซุนฉีเซี่ยงจะไม่มีวันปล่อยให้ชายหนุ่มรอดไปได้เป็นอันขาด!
ในตรอกนั้นเงียบสงัด หลังจากที่ซุนฉีเซี่ยงประกาศศักดาเสร็จเรียบร้อย ภาพปู้ฟางที่ทรุดลงแทบเท้าอ้อนวอนกราบกรานเขาก็ไม่ได้เกิดขึ้นแต่อย่างใด ชายหนุ่มเจ้าของร้านยังคงนอนขดอยู่บนเก้าอี้ อาบแดดอย่างสบายอารมณ์
บ่าวไพร่ชายฉกรรจ์ทุกคนต่างหันมามองซุนฉีเซี่ยงชายหนุ่มในชุดหลากสีสันรู้สึกเหมือนโดนลูบคมถึงขั้นสุด เขาไม่ได้คิดว่าตนเองจะโดนเมินเช่นนี้
ความโกรธแสนสาหัสพุ่งเข้าครอบงำจิตใจ ราวกับว่าปู้ฟางได้วิ่งเข้ามาตบหน้าเขาจนชาไปหมด
“พังมัน! พังทุกอย่างที่ขวางหน้าให้หมด! ถอนรากถอนโคนร้านมันทิ้งเสีย! ไอ้ฉิบหายเอ๊ย ข้าอยากให้ไอ้สารเลว