ฟาง ลมพัดชุดคลุมสีขาวปลิวไสว
ปู้ฟางมองหน้าเจ้ารู่เก๋ออย่างไร้อารมณ์ ในขณะที่อีกฝ่ายจ้องเขาด้วยรอยยิ้ม
“อ้อ พอดีได้เวลาปิดร้านแล้ว กรุณากลับมาใหม่พรุ่งนี้”
ปู้ฟางพูดเรียบๆ ก่อนเดินหน้าปิดร้านต่อไป
สีหน้าของเจ้ารู่เก๋อเก้อไปทันที “นี่เถ้าแก่เจ้าของร้านปฏิเสธลูกค้ารึ ร้านเล็กแค่นี้ยังจะกล้าปฏิเสธลูกค้าได้อย่างไรกัน”
“เวลาเปิดปิดร้านนั้นขึ้นอยู่กับความพอใจของเจ้าของร้าน… ย่อมเปลี่ยนได้เสมอ ข้ายินดีจ่ายเพิ่ม” เจ้ารู่เก๋อคิดอยู่สักพักก่อนพูดขึ้นอีกครั้ง
“ไม่ได้” ปู้ฟางตอบด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
เจ้ารู่เก๋อขมวดคิ้ว “ข้ายินดีจ่ายเพิ่มสองเท่า”
ปู้ฟางคิดอยู่สักพักแต่ยังคงปฏิเสธ “ไม่ได้”
เจ้ารู่เก๋ออึ้งทันที ชายหนุ่มไม่อยากเชื่อว่าร้านเล็กๆ ขนาดนี้จะกล้าปฏิเสธลูกค้า แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ !
“ข้ายินดีจ่ายเพิ่มสามเท่า!”
“ไม่”
“สี่เท่า!”
“ม… ไม่”
“ห้าเท่า!” เจ้ารู่เก๋ออดทนต่อความอยากยกเท้าขึ้นฟาดหน้านิ่งๆ ของปู้ฟาง แล้วพูดต่อรองด้วยเสียงเย็น
“ห้าเท่าเชียวรึ!” ปู้ฟางกำลังร้องไห้อยู่ในอก ห้าเท่าของราคาขายก็แปลว่าข้าวผัดไข่สูตรปรับปรุงชามหนึ่งก็ราคาห้าสิบผลึก ส่วนข้าวผัดไข่สูตรธรรมดาก็ราคาห้าผลึกไปแล้วมิใช่รึ… ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนกำลังเห็นเงินสะพัดอยู่ตรงหน้า
“ในฐานะชายที่ใฝ่ฝันอยากเป็นพ่อครัวเทพ นายท่านต้องมีหลักที่พึงยึดถือปฏิบัติ ท่านต้องยึดมั่นในหลักการตนเอง อย่าถูกสั่นคลอนด้วยอำนาจของเงิน! อย่ายอม