กด้านหน้ายอดเขาซีไหลจึงเหลือคนอยู่แค่สี่คน ฉือเยี่ยนซึ่งเป็นหนึ่งในสี่คนนั้นยังคงเป็นตัวแทนของยอดเขาซั่งเต๋อมาเข้าร่วมการประชุม
เจ้าแห่งยอดเขาอวิ๋นสิงฝูว่างกล่าวว่า “เรื่องตระกูลกู้กับเรือนเป่าซู่จะจัดการอย่างไรกันแน่?”
นักพรตกว่างหยวนสีหน้าเฉยชา ดูคล้ายคลึงนักพรตถานของสำนักจงโจวอยู่ทีเดียว การพูดจาเองก็ไม่มีอารมณ์อะไรแฝงอยู่ในน้ำเสียง “ข้าคิดว่าไม่เหมาะ”
ยอดเขาซื่อเยวี่ยคือผู้นำในการจัดสรรทรัพยากรของชิงซาน หากนักพรตกว่างหยวนยังคงยืนกรานความคิดของตนเช่นนี้ อย่างนั้นชิงซานก็ไม่ค่อยสะดวกที่จะทำอะไรเรือนเป่าซู่กับตระกูลกู้ได้
ฝูว่างกล่าวว่า “ปัญหาตอนนี้ก็คือทางยอดเขาเสินม่อทำรุนแรงเกินไป จำเป็นต้องถูกลงโทษ”
ฟางจิ่งเทียนมองฉื่อเยี่ยนพลางกล่าวว่า “ยอดเขาซั่งเต๋อมีความเห็นอย่างไรบ้าง?”
“เจี่ยนหรูอวิ๋นยังยืนกรานคิดว่าคนของตระกูลเขาและตระกูลหม่าที่ตายไปล้วนแต่เป็นฝีมือของทางเมืองอวิ๋นจี๋”
ฉือเยี่ยนกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “แต่จากการตรวจสอบแล้วไม่พบหลักฐาน ข้าจึงบอกให้เขาอย่าสนใจเรื่องนี้อีก”
“ตรวจสอบแล้วไม่พบหลักฐาน?” ฝูว่างเป็นเจ้าแห่งยอดเขาอวิ๋นสิง เขาย่อมต้องปกป้องเจี่ยนหรูอวิ๋นที่เป็นอดีตศิษย์ยอดเขาอว