้สึกเห็นใจ แล้วก็ครุ่นคิดว่าในเมื่อเป็นโรคที่กระทั่งวัดกั่วเฉิงก็ยังรักษาไม่หาย ดูแล้วคงยากลำบากเป็นอย่างมาก แล้วมาหานักพรตจิ่งหยางทำไม?
โจวอวิ๋นมู่กล่าวว่า “นักพรตจิ่งหยางมีความสัมพันธ์ฉันมิตรฉันอาจารย์กับฉานจึ ยิ่งไปกว่านั้นก็เหมือนคำกล่าวที่ว่าเชี่ยวชาญวิชาหนึ่ง ก็ย่อมเชี่ยวชาญวิชานับหมื่น ไม่แน่อาจจะมีวิธีแก้ไขอยู่จริงๆ ก็ได้”
บัณฑิตผู้นั้นสีหน้าใจเย็นลงเล็กน้อย กล่าวว่า “ความเห็นของท่านกลับไม่ธรรมดา”
หลูจินกล่าว “หลูจินสำนักเสวียนเทียน ไม่ทราบว่าท่านคือ?”
บัณฑิตวัยกลางคนสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย กล่าวว่า “ท่านคือเจ้าสำนักเสวียนเทียน? หรือว่าท่านนี้คือผู้อาวุโสโจวอวิ๋นมู่?”
เมื่อได้ยินคำพูดประโยคนี้ ผู้บำเพ็ญพรตที่อยู่รอบๆ พากันมองมา จากนั้นเดินเข้ามาคารวะพวกเขา
สำนักเสวียนเทียนเป็นสำนักเล็กๆ ในโลกแห่งการบำเพ็ญพรต แต่ในช่วงไม่กี่สิบปีมานี้โจวอวิ๋นมู่และหลูจีนทั้งสองคนเป็นเจ้าสำนักที่ไม่ธรรมดา แล้วเมื่อหลายปีก่อนโจวอวิ๋นมู่ยังบรรลุขั้นจิตทารกได้สำเร็จ ในบรรดาสำนักเล็กๆ และผู้บำเพ็ญพรตไร้สำนักแล้ว นี่คือเป็นยอดฝีมือที่หาได้อยากแล้ว
ทำไมพวกเขาถึงได้มาที่เมืองอวิ๋นจี๋ด้วย?
ในตอนที่เหล่าผู้บำเพ็ญพร