ดอย่างไรอย่างนั้น
เมื่อเห็นภาพนี้ โจวอวิ๋นมู่และหลูจินต่างตกใจ ในใจคิดว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น?
“สำนักหลิวสุ่ยซานฮวาเป็นสำนักสาขาของสำนักอู๋เอินเหมิน เพลงกระบี่ถือว่าพอใช้ได้ เด็กหนุ่มผู้นี้ก็มีพรสวรรค์ไม่เลว แต่เขานึกว่าเพียงเท่านี้จะทำให้นักพรตจิ่งหยางสนใจได้อย่างนั้นหรือ? คิดอะไรอยู่น่ะ?”
บัณฑิตวัยกลางคนที่ปรากฏตัวอยู่ในเหลาสุราก่อนหน้านี้มองดูผู้บำเพ็ญพรตหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังขี่กระบี่บินอยู่ในหมอกด้านหน้า ก่อนกล่าวเย้ยหยันต่อว่า “บินไปบินมาแบบนี้ เล่นกายกรรมหรือไง?”
หลูจินได้ยินคนผู้นี้กล่าววาจาดูถูก จึงยิ้มพลางกล่าวแย้งว่า “คนที่มาที่นี่ล้วนแต่มีสิ่งที่ปรารถนา สหายไยต้องกล่าวเช่นนี้ด้วย”
บัณฑิตหนุ่มผู้นั้นส่งเสียงเหอะออกมา กล่าวว่า “ข้าไม่ได้ต้องการวิชาลับทางวิถีกระบี่อะไร แล้วก็ยิ่งไม่ได้ต้องการให้นักพรตรับข้าเอาไว้เป็นศิษย์ เพียงแค่ในบ้านข้ามีคนป่วย วัดกั่วเฉิงเองก็รักษาไม่หาย จึงได้แต่ต้องมาที่นี่”
ในบ้านมีคนป่วย คนผู้นี้กล่าวคำพูดประโยคนี้ได้เฉยชาเป็นอย่างมาก แต่เห็นได้ชัดว่ามันมิได้เป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอน มิเช่นนั้นทำไมถึงขอให้วัดกั่วเฉิงรักษา แล้วยังมาทนรออยู่ที่นี่อีก?
หลูจินรู