ยุ่งตั้งแต่เมื่อไร?
ศิษย์ของยอดเขาเหลี่ยงว่างอย่างกั้วหนานวานไหนเลยจะสนใจว่าคนผู้นี้เป็นเจ้าสำนักคุนหลุน สายตาที่กวาดมองไปคมดุจดั่งกระบี่
ฟางจิ่งเทียนเลิกคิ้วขึ้นมา
กู้ชิงยิ้มเล็กน้อย ไม่ได้สนใจ
เขารู้ว่าหากตัวเองยังอยู่ที่ชิงซานจะต้องเจอกับอะไรบ้าง จึงได้เตรียมตัวเตรียมใจที่จะถูกเหยียดหยามเป็นเวลาหลายสิบปีเอาไว้แล้ว
ในเวลานี้เอง จัวหรูซุ่ยได้เดินเข้ามาหาเขาพลางกล่าวว่า “ไปด้วยกันเถอะ ไยต้องมาทำตัวเป็นเหมือนขุนนางอยู่ที่นี่ด้วย ไม่มีประโยชน์อะไรเลย”
กู้ชิงนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “มีเหตุผล สุดท้ายข้าก็ยังเป็นผู้บำเพ็ญพรตอยู่”
จัวหรูซุ่ยกล่าวหยอกล้อเขาว่า “ได้โอกาสก็รีบคว้าไว้เชียวนะ ถ้าอยากจะไปก็บอกสิ ทำไมต้องแสดงด้วย”
กู้ชิงคิดในใจว่าตนเองไหนเลยจะกล้ากล่าวกับอาจารย์อาหญิงล่าเยวี่ยเช่นนี้ จึงกล่าวว่า “ข้าไม่มีกระบี่อีกแล้ว”
จัวหรูซุ่ยเรียกกระบี่กลืนเรือออกมา กล่าวว่า “นี่ใช้กระบี่ข้าเป็นครั้งที่สองแล้วนะ”
กู้ชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เจ้าคายเนื้อแพะ ผ้าขี้ริ้ว ต้นหอมพวกนั้นแล้วก็พลังวิญญาณออกมาให้หมด”
เมื่อสี่ปีก่อน จิ๋งจิ่วเดินทางไปยังทะเลอันหนาวเย็นทางเหนือสุดเพื่อไล่ล่านักพรตไท่ผ