าะเจ้าแห่งยอดเขาเหล่านั้น
สายตาของเจ้าแห่งยอดเขาอวิ๋นสิงฝูว่างดูค่อนข้างลังเล มือขวาที่ซูบผอมและเรียวยาวขยับเล็กน้อย คล้ายอาจจะกำกระบี่เอาไว้ได้ทุกเมื่อ
เฉิงโหยวเทียนขมวดคิ้ว มองดูแมวขาวที่อยู่ในอ้อมอกของจิ๋งจิ่ว ในใจครุ่นคิดว่าท่านไป๋กุ่ยไม่น่าจะทำผิดพลาดนี่นา แต่เดิมทีมันก็เป็นแมวปีศาจตัวหนึ่งอยู่แล้ว ดูแล้วก็คงเป็นเรื่องปกติที่จะใกล้ชิดกับกระบี่ปีศาจ
หยวนฉีจิงมองดูจิ๋งจิ่วที่อยู่ในกระท่อม คล้ายอยากจะรอให้เขาพูดอะไรอีกหน่อยค่อยตัดสินใจ
หนานว่างยืนสองมือไพล่หลัง มองดูภูเขาที่อยู่ไกลออกไป ไม่ได้มองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนยอดเขาแม้แต่น้อย คล้ายมิได้สนใจเรื่องเหล่านี้เลย
การนิ่งเงียบเป็นเวลานานของเหล่าคนสำคัญทำให้บรรยากาศยิ่งตึงเครียด แล้วก็ทำให้เหล่าลูกศิษย์ของแต่ละยอดเขาทำอะไรไม่ถูก
กู้หานได้เตรียมตัวที่จะปล่อยกระบี่ออกไปแล้ว เขามองกั้วหนานซานพลางกล่าวถามความเห็นว่า “ศิษย์พี่?”
กั้วหนานซานหน้าตาคร่ำเคร่ง นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่าตัวเองก็ไม่รู้คำตอบเช่นเดียวกัน จากนั้นเขามองไปทางจัวหรูซุ่ย
“อย่ามองข้า ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น”
จัวหรูซุ่ยกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “เห็นข้านิ่งๆ แบบนี้ ความจริงในใ