ันที่เฉียบคมเหมือนกระบี่และกลิ่นอายเหล่านั้น จิ๋งจิ่ววิเคราะห์ว่านี่น่าจะเป็นลายมือของหนานชวี
เจ้าล่าเยวี่ยมองดูเขา พลางกล่าวว่า “จะหาหนังสือหรือ?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “เอาหนังสือเก่าทั้งหมดในเมืองไห่โจวมาที่นี่”
เมืองไห่โจวสร้างขึ้นมานานนับหมื่นปี ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนในเมือง หรือว่าตระกูลเก่าแก่ หรือว่าในเรือนเศรษฐี ก็ล้วนแต่มีหนังสือเก็บอยู่เป็นจำนวนมาก เพียงแค่บันทึกประจำเมืองก็ ไม่รู้ว่ามีอยู่ตั้งกี่เล่มแล้ว
การที่จะรวบรวมเอาหนังสือทั้งหมดนี้มาในระยะเวลาสั้นๆ ไม่ว่าจะมองอย่างไรมันก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
แต่ทะเลตะวันตกเป็นพื้นที่ในเขตปกครองของชิงซานแล้ว พวกเขาไม่มีทางที่จะพูดคำว่าเป็นไปไม่ได้ต่อหน้าเจ้าสำนักชิงซาน
ใช้เวลาเพียงสามวัน เฉิงโหยวเทียนก็พาผู้อาวุโสและเหล่าลูกศิษย์ของยอดเขาปี้หูขนเอาหนังสือที่บรรทุกมาเต็มเรือกระบี่หนึ่งลำกลับมายังเกาะเซ่าหมิง จอดอยู่บนพื้นที่ถูกตัดจนร ราบเรียบเหมือนหน้าเค้ก
ต่อให้หนังสือเก่าเหล่านั้นจะเก็บรักษาเอาไว้ดีแค่ไหน แต่กลิ่นของมันก็ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เมื่อผสมเข้ากับกลิ่นเหม็นเน่าที่ลอยโชยออกมาจากใต้ทะเล กระทั่งอาต้าก็ยังจามอยู หลายครั้ง
จิ๋งจิ่วไม่สนใจ