้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาศิษย์หนุ่มสาวของโลกแห่งการบำเพ็ญพรต
ในช่วงเวลาหลายปีมานี้ พวกเขาพยายามบรรลุเข้าสู่ขั้นคเนจรระดับสูง เดิมคิดว่าอย่างน้อยต้องใช้เวลาอีกสิบกว่าปี ใครจะไปคิดบ้างว่าตอนนี้พวกเขาได้ไปยืนอยู่หน้าประตูบานนั้นแล้ว
จัวหรูซุ่ยพลันคิดถึงเรื่องที่สำคัญอย่างมากเรื่องหนึ่งขึ้นมา จึงหันหน้าไปกล่าวกับกู้ชิงว่า “ต่อไปตอนบำเพ็ญเพียร ข้าจะนั่งข้างอาจารย์อา”
ภายในหัวเขาครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว รู้ว่าตนเองแย่งเจ้าล่าเยวี่ยไม่ได้ แล้วก็ไม่มีทางขึ้นไปอยู่บนหัวจิ๋งจิ่วเหมือนอย่างท่านไป๋กุ่ยได้ จึงได้แต่ต้องแย่งกับกู้ชิง
จากนั้นเขาคิดขึ้นมาได้ว่ากู้ชิงนั้นเป็นศิษย์ของอาจารย์อา ตัวเองเป็นแค่ศิษย์หลาน ความสัมพันธ์ยังห่างกันอยู่ชั้นหนึ่ง จึงรีบกล่าวเสริมอีกประโยคว่า “ข้าเป็นศิษย์พี่”
กู้ชิงย่อมไม่แย่งชิงกับเขาในเรื่องนี้ จึงกล่าวว่า “ก็ดี ข้าเองก็ชอบยืนอยู่ด้านหลังอาจารย์”
เมื่อเห็นกู้ชิงรับปากง่ายๆ เช่นนี้ จัวหรูซุ่ยจึงรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไร เขากล่าวกับจิ๋งจิ่วว่า “อาจารย์อา ต่อไปท่านอย่าเอาแต่นั่งอยู่ริมหน้าผาได้หรือเปล่า? ไม่อย่างนั้นข้างหน้าท่านยังนั่งได้อีกสองคนนะ”
นี่เท่ากับเขานับร