วมหยวนฉวี่กับผิงหย่งเจียเข้าไปด้วย
กู้ชิงยิ้มขึ้นมา ในใจครุ่นคิดว่าท่านคิดเอาไว้เสียดิบดีเชียว
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “เจ้ามากินข้าวของยอดเขาเสินม่อแล้วสองสามครั้ง ตอนนี้กระทั่งพลังวิญญาณก็ยังจะเอาอีกหรือ?”
จัวหรูซุ่ยย่อมต้องฟังออกว่าเขาไม่ได้โกรธ ในทางกลับกัน เขายินดีพูดจาหยอกล้อเช่นนี้ นี่แสดงให้เห็นว่าอารมณ์ของเขาในตอนนี้นั้นดีอย่างมาก จึงรีบกล่าวต่อไปว่า
“ตอนนี้ท่านเองก็เป็นเจ้าแห่งยอดเขาของยอดเขาเทียนกวง ท่านจะลำเอียงไม่ได้นะ!”
ลำแสงกระบี่หลายสายทะยานไปในท้องฟ้า ทิ้งรอยเมฆเอาไว้อย่างชัดเจน
ในที่ที่หนึ่งของภูเขาทางใต้ที่ยังมีหิมะตกลงมา ตั้งแต่เจ้าสำนักเสวียนเทียนไปจนถึงศิษย์ธรรมดา ทุกคนต่างคุกเข่าอยู่บนพื้น ทำการคารวะลำแสงกระบี่ที่บินอยู่บนท้องฟ้าเหล่านั้น
โจวอวิ๋นมู่ค่อยๆ ลุกขึ้น เขายืนอยู่บนก้อนหินก้อนนั้น มองไปบนท้องฟ้าอยู่ครู่ ก่อนจะกล่าวขึ้นมาว่า “ตั้งแต่วันนี้ข้าจะเริ่มเก็บตัว”
หลูจินที่เป็นเจ้าสำนักเสวียนเทียนงุนงงเล็กน้อยถึงจะเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น จึงกล่าวอย่างยินดีว่า “ยินดีด้วยขอรับอาจารย์!”
……
……
“ยินดีด้วยขอรับอาจารย์”
เณรน้อยผู้หนึ่งเดินเข้าในห้องภาวนา กล่าวกับสมณะแก่ที่นั่ง