นั้นกล่าวยินดีกลับมิได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ หากแต่เป็นเรื่องที่จือโจว[1]ของเมืองอี้โจวได้ยินว่าเจ้าอาวาสรูปใหม่ของวัดผิงกู่เป็นสมณะที่มีบุญบารมีสูงส่ง จึงตัดสินใจเดินทางมากราบไหว้
ถึงแม้วัดผิงกู่จะเป็นวัดประจำตระกูลของตระกูลเจี่ย แต่หากคนสำคัญอย่างจือโจวจะเดินทางมากราบไหว้ ทางตระกูลเจี่ยย่อมไม่ว่าอะไร
หลังจากนี้ดูแล้ววัดผิงกู่จะต้องกลายเป็นวัดชื่อดังของเมืองอี้โจวอย่างแน่นอน ไม่แน่ว่าวันไหนที่สามารถแยกจากตระกูลเจี่ยได้ มันอาจจะกลายเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างแท้จริงก็เป็นได้
มีเรื่องดีแบบนี้เกิดขึ้น มิน่าเณรน้อยรูปนั้นถึงได้ยินดีถึงเพียงนี้
สมณะชรารูปนั้นกล่าวกับพระพุทธรูปองค์นั้นว่า “หลังจากนี้สามปีข้าจะไปจากที่นี่ หากวัดนี้แยกออกจากตระกูลเจี่ยจริงๆ พวกเจ้าจะทำอย่างไร?”
เณรน้อยไม่ได้ตอบคำถามเขา คนที่ตอบเขาคือเสียงที่ราบเรียบเสียงหนึ่ง
“วันนี้เจ้าจะตาย”
ความราบเรียบในน้ำเสียงนี้ราบเรียบเป็นอย่างมาก
มันเป็นความรู้สึกราบเรียบที่อยู่เหนือความรู้สึกเย็นยะเยือก ใกล้เคียงกับคำว่าอ้างว้าง
คล้ายกับว่าไม่ว่าจะเป็นวัดผิงกู่แห่งนี้ หรือว่าโลกทั้งใบถล่มลงมา คนผู้นั้นหาได้มีความรู้สึกใดๆ
สมณะชราร