ก่อนเขาเบื่อหน่ายที่จะจัดการเรื่องราวภายในสำนัก จึงยกตำแหน่งเจ้าสำนักให้แก่หลูจินที่เป็นศิษย์ของเขา
หลังจากนั้นเขาก็ไปเก็บตัวบำเพ็ญเพียรที่อยู่ภูเขาด้านหลังซึ่งมีทิวทัศน์งดงามที่สุดและมีพลังวิญญาณมากที่สุด มีลูกศิษย์น้อยคนที่จะมีบุญวาสนาได้พบเขาและได้รับคำชี้แนะจากเขา
แต่ในช่วงเวลาสองวันนี้ลูกศิษย์สำนักเสวียนเทียนหลายๆ คนต่างมองเห็นว่าปรมาจารย์ไม่ได้อยู่ในถ้ำของตน หากแต่ยืนอยู่บนก้อนหินที่อยู่ริมผาก้อนนั้น
เขามองไปยังยอดเขาหิมะที่อยู่สูงขึ้นไปยอดนั้น นิ่งเงียบไม่กล่าวกระไร
ชื่อของโจวอวิ๋นมู่ฟังดูมีความเป็นบทกวี เมื่อยืนโต้ลมอยู่บนก้อนหิน เสื้อผ้าพลิ้วไหว ท่าทางยิ่งดูคล้ายเซียน
เหล่าลูกศิษย์มองเห็นภาพที่อยู่ทางด้านนั้น ภายในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกชื่นชม กล่าวพูดคุยกันเสียงเบาๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
การคาดเดาที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือการบำเพ็ญเพียรของปรมาจารย์ได้มาถึงช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดแล้ว เขากำลังรับรู้ถึงสัจธรรมภายในธรรมชาติ อาจจะบรรลุสภาวะได้ทุกเมื่อ
ทั่วทั้งสำนักเสวียนเทียนต่างรู้ว่าสภาวะขั้นจินตานของปรมาจารย์อยู่ในขั้นบริบูรณ์แล้ว เขากำลังพยายามบรรลุขั้นจิตทารกซึ่งมีความอันตราย