งกระบี่มิคำนึง อย่าว่าแต่จะได้สัมผัสเลย กระทั่งมองเห็นเขาก็ยังไม่เคยพบเห็นมาก่อน มีหรือที่จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นคือยอดฝีมือที่ตนเองไม่อาจล่วงเกินไ ได้
โชคดีที่ถึงแม้กระบี่มิคำนึงจะเย็นยะเยือกและร้ายกาจ แต่ก็เห็นได้ชัดว่านั่นเป็นอาวุธวิเศษของเซียน มิใช่ผู้บำเพ็ญพรตวิถีมาร เขาจึงไม่กังวลว่าอีกฝ่ายจะทำลายสำนักของตน
โจวอวิ๋นมู่มองดูยอดเขายอดนั้น อารมณ์สับสนเป็นอย่างมาก ทั้งชื่นชม ไม่ยอมรับ อิจฉา สีหน้าบนใบหน้าเองก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ
จนในที่สุดอารมณ์ทั้งหมดก็กลับกลายเป็นความผิดหวัง จากนั้นสงบลง
ในเวลานี้เอง ภายในท้องฟ้าพลันมีฝนตกลงมา
เมื่อดูจากเวลาและฤดูกาลแล้ว นี่อาจจะเป็นฝนฤดูใบไม้ร่วงครั้งสุดท้ายของปีนี้
โจมอวิ๋นมู่ยังคงยืนอยู่บนก้อนหิน ไม่จากไปไหน
ทั้งๆ ที่รู้ว่ามองไม่เห็นอะไร แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เขาจึงอยากจะมองดูให้นานอีกหน่อย
อาจเป็นเพราะเขารู้ว่าตรงนั้นคือทิวทัศน์ที่ตนเองไม่มีวันมองเห็นได้ตลอดชีวิตนี้
ยอดเขาสามารถไปได้
แต่ทิวทัศน์กลับไม่เหมือนกัน
จากขั้นจินตันไปจนถึงขั้นจิตทารกคือด่านสำคัญที่ผู้บำเพ็ญพรตจำนวนมากไม่สามารถก้าวข้ามไปได้
สายฝนตกโปรยปรายลงมาบนใบหน้าเขา ค่อยๆ หลั่งไหลลงมา ไม่ได้ให