องดูคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเหล่านั้น ในสายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกดูถูกและเย้ยหยัน
สำนักชิงซานออกไปแล้ว งานชุมนุมได้แต่ต้องจบลงเช่นนี้
มีบางคนวิพากษ์วิจารณ์ความเคลื่อนไหวของเผ่าหมิงอย่างตื่นเต้น มีบางคนเข้าไปกราบขอพบฉานจึ ด้วยคิดอยากจะขอทราบข้อมูลที่แน่ชัด มีบางคนกล่าวอะไรเสียงเบาๆ กับปู้ชิวเซียว
แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร ความจริงแล้วคนที่เป็นที่จับตาดูมากที่สุดก็คือนักพรตไป๋
เมฆหมอกที่ดูเหมือนจริงกลุ่มนั้นทำให้ทุกคนไม่สามารถมองเห็นใบหน้าและสีหน้าของนักพรตไป๋ได้ เช่นนั้นก็ย่อมไม่สามารถวิเคราะห์ความคิดและอารมณ์ของนางได้
ทุกคนเพียงแต่รู้ว่านอกจากเรื่องที่บอกให้สำนักคุนหลุนล้มเลิกความคิดที่จะสืบคดีนั้นแล้ว วันนี้นางก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
เจินเถาเองก็สังเกตเห็นถึงความแปลกประหลาดของเรื่องนี้ นางฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่อยู่รอบๆ ก่อนกล่าวออกมาอย่างเป็นกังวลว่า “นี่มันบังเอิญเกินไปแล้ว ไม่ว่าใครก็มองออกว่ามันม มีปัญหา”
เชวี่ยเหนียงที่อยู่ข้างๆ ยิ้มเล็กน้อยไม่ได้กล่าวกระไร ในใจครุ่นคิดว่าก่อนที่จะมายังวัดกั่วเฉิงจะต้องคำนวณเรื่องราวทั้งหมดเอาไว้แล้วอย่างแน่นอน ไหนเลยจะมีคนที่คาดการณ์ได้เหน นือกว่าคนที่เป็นหนึ่งในวิถีห