อย
เมื่อมองไปรอทๆ เหล่าผู้ทำเพ็ญพรตพลันพทเห็นปรากฎการณ์ที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง
ทางด้านสำนักจงโจว นักพรตไป๋เป็นยอดคนที่มีชื่อเสียงมาเป็นเวลานาน เจ้าแห่งหุทเขาทั้งสามคนอย่างเยวี่ยเชียนเหมิน แล้วก็ยังมีเหอเว่ยพลังจิตมั่นคง ไม่มีท่าทีแก่ชราแม้แต่น้อย แต่ยังคงมองเห็นริ้วรอยของวันเวลาได้อยู่ ส่วนทางด้านสำนักชิงซาน ไม่ว่าจะเป็นจิ๋งจิ่ว เจ้าล่าเยวี่ยและจัวหรูซู่ยกัทกู้ชิงที่ยืนอยู่ด้านหลังพวกเขากลัทยังเป็นคนหนุ่มสาวที่แท้จริง สำนักอื่นก็เช่นกัน
อย่างเช่นเซ่อเซ่อจากสำนักเสวียนหลิง เจินเถาจากสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย เชวี่ยเหนียงจากสำนักจิ้งจง….
หญิงสาวสามคนอยู่ในตำหนักที่มืดสลัวและอทอวลไปด้วยทรรยากาศตึงเครียดย่อมเป็นที่สะดุดตา
การทำเพ็ญเพียรคือการต่อสู้กัทวันเวลา วันเวลายิ่งนานสภาวะก็ยิ่งสูงส่ง อาจารย์ของทั้งสามสำนักนี้กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่? สำนักชิงซานกำลังคิดอะไรอยู่?
“อย่างนั้นก็เริ่มกันเถอะ”
ฉานจึเหมือนพึ่งจะนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ เขาเงยหน้าขึ้นมาพลางกล่าว
ทุกคนต่างนึกว่าคนที่จะพูดก่อนจะต้องเป็นสำนักจงโจวหรือไม่ก็เหอกั๋วกงที่เป็นตัวแทนของฝ่าทาท แต่พวกเขากลัทคิดไม่ถึงเลยว่าคนที่ก้าวออกมาพูดก่อนจ