้ เจ้าอย่าได้ถามมากเลย”
……
……
วัดกั่วเฉิงมีลมพัดขึ้นมา ครั้งนี้มิใช่ลมฤดูใบไม้ร่วงที่หนาวเย็น หากแต่เป็นลมที่ค่อนข้างเค็มและชื้นที่พัดมาจากทะเล
เรือเมฆของสำนักจงโจวค่อยๆ เคลื่อนตัวมุ่งหน้ามาทางมั่วชิว นี่คือสัญญาณว่างานชุมนุมเหมยฮุ่ยกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
เรือนอี้เหมา สำนักฌานเป่าทง สำนักเต๋าตงอี้ ต้าเจ๋อ สำนักจิ้งจง สำนักเสวียนหลิง…สำนักที่มีสิทธิ์ที่เข้าร่วมงานชุมนุมเหมยฮุ่ยล้วนแต่ทยอยเดินทางมาถึงวัดกั่วเฉิงตั้งแต่เมื่ อหลายวันก่อนแล้ว
นกหานเฮ่าบินมาจากทางตะวันตกเฉียงเหนือ เจ้าสำนักคุนหลุนเหอเว่ยทราบข่าวการตายอย่างน่าเศร้าของศิษย์น้อง จึงรีบเดินทางมาที่นี่ด้วยความโกรธแค้น
เกี้ยวเล็กผ้าม่านเขียวของสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยลอยลงมาตรงหน้าห้องฌานห้องหนึ่งอย่างเงียบๆ
เมื่อเทียบกับงานชุมนุมเหมยฮุ่ยที่จัดขึ้นตอนฤดูใบไม้ผลิครั้งนั้นและงานชุมนุมเหมยฮุ่ยครั้งก่อนๆ แล้ว สำนักที่มาเข้าร่วมงานชุมนุมครั้งนี้มีจำนวนไม่มากนัก แต่ระดับชั้นกลับมีค ความสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด เพราะทุกคนต่างรู้ว่างานชุมนุมเหมยฮุ่ยครั้งนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมาก สำนักชิงซานและสำนักจงโจวที่เป็นสองผู้นำแห่งฝ่ายธรรมะกำลังเดินจากสถานการณ์ที เผ