จิงกล่าวว่า “ไม่อยากก็ไม่ต้องเป็น หลายร้อยปีที่ผ่านมาท่านก็ทำแบบนี้มาโดยตลอดมิใช่หรือ?”
จิ๋งจิ่วยังคงทอดตามองออกมา สายตาค่อนข้างซับซ้อน เขากล่าวว่า “เจ้าไม่รู้หรอกว่าหลายปีมานี้ข้าคุยอะไรกับเขา”
หยวนฉีจิงคิดในใจ นี่ท่านคุยกับคนอื่นด้วยหรือ?
“สิ่งที่เขาถามข้าบ่อยที่สุดก็มีแค่ไม่กี่ประโยคนั้น ท่านมาเป็นเจ้าสำนักไหม? เจ้าสำนักให้ท่านมาเป็น? ไม่อย่างนั้นท่านมาเป็น? ท่านมาเป็นสิ?”
จิ่งจิ่วนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “ข้าเป็นก็เป็น”
ลมพัดผ่านภูเขา
บอกให้เป็นก็เป็น
ยอดเขาเงียบสงัดเป็นเวลานาน
หยวนฉีจิงกล่าวด้วยสีหน้าเฉยชา “การกระตุ้นใช้กับท่านไม่ได้ผล แต่สุดท้ายท่านก็ทำเพื่อกระบี่แบกสวรรค์”
ถึงแม้จะเป็นปลอกกระบี่ แต่ทุกคนในชิงซานเคยชินที่จะเรียกมันว่ากระบี่
จิ๋งจิ่วคิดในใจ ไม่ว่าเจ้าจะพูดอย่างไร เจ้าสำนักนี้ข้าไม่เป็นก็ได้ แต่อย่างไรเสียก็ไม่มีทางที่ข้าจะหยิบปลอกกระบี่ออกมา
หยวนฉีจิงทะยานขึ้นไปในอากาศเตรียมจากไป เขากล่าวว่า “ในเมื่อเป็นแล้วก็เป็นให้ดีๆ”
จิ๋งจิ่วโบกมือเพื่อบอกให้เขารีบไป
หยวนฉีจิงไม่รีบร้อนที่จะไป เขากล่าวว่า “งานฉลองจะจัดขึ้นเมื่อไร?”
เรื่องใหญ่อย่างการสืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักชิงซานย่อมต้องเฉลิมฉล