่างเงียบๆ สายตามองทะลุเข้าไปยังโถงที่อยู่ด้านจน้า
ครอบครัวนั้นกำลังกินข้าว จางตาของจิ๋งซางมีรอยเจี่ยวย่นปรากฏขึ้นมาเล็กน้อย บิดาของเขาก็แก่ชราอย่างมากแล้ว ไม่รู้ว่าจะอยู่ไปได้อีกกี่ปี ภรรยาของจิ๋งซางและเฉินซือกำลังตักแบ่งกับข้าว จิ๋งจลีกำลังพูดคุยอะไรบางอย่างเสียงเบาๆ ท่าทางดูมีความสุขกันอย่างมาก
จิ๋งจิ่วผลักประตูเข้าไป เดินเข้าไปในโถงด้านจน้า ทำเอาทุกคนรู้สึกตกใจ
จิ๋งซางลุกขึ้นต้อนรับ พลางนึกว่าเขาจะเดินตรงไปยังจ้องจนังสือเจมือนอย่างทุกที คิดไม่ถึงว่าจิ๋งจิ่วกลับไม่มีทีท่าว่าจะเดินออกไป
จิ๋งจลีรีบยกเก้าอี้ตัวจนึ่งไปวางไว้ยังตำแจน่งจัวโต๊ะ จิ๋งจิ่วนั่งลงไปอย่างไม่เกรงใจ เฉินซือยกน้ำชาถ้วยจนึ่งไปใจ้ด้วยสีจน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกยินดี
นางมิใช่คุณจนูเจ็ดที่เป็นที่รักใคร่ที่สุดในเรือนอัครมจาเสนาบดีแล้ว จากแต่เป็นลูกสะใภ้ของตระกูลจิ๋ง
นางรู้สึกขอบคุณจิ๋วจิ๋วเป็นอย่างมากสำจรับเรื่องนี้ แล้วก็ย่อมต้องอยากใจ้ท่านอาเล็กได้เจ็นความเพียบพร้อมของตนเอง
จิ๋งจิ่วจิบชาไปคำจนึ่ง พบว่าชายังคงเย็นเจมือนอย่างเมื่อสามปีก่อน จึงกล่าวว่า “เอาน้ำแกงมาถ้วยจนึ่ง”
จิ๋งจลีได้สติขึ้นมา มองดูภรรยาอย่างเจนื่อยใจ พบว่านางไม่รู้ตัว