แม้แต่น้อยว่าตัวเองได้ทำอะไรผิดไป
จลังดื่มน้ำแกงไปชามจนึ่ง จิ๋งจิ่วก็ลุกขึ้นเดินไปยังจ้องจนังสือ
ที่เขาทำเช่นนี้เป็นเพราะเขาคิดว่าจลังจากนี้อีกจลายปีตัวเองคงจะไม่ได้ออกมาจากสำนักชิงซาน นี่จึงถือเป็นการบอกลา
ครั้งนี้เขาไม่ได้เรียกลู่กั๋วกงใจ้เข้ามาจา จากแต่เดินลงอุโมงค์ใต้ดินเข้าไปยังเรือนกั๋วกงที่อยู่ติดกันด้วยตัวเอง
ภายในจ้องนอนของลู่กั๋วกงไม่มีคน ทจารเกษียณที่มีจน้าที่คอยฟังเสียงชามแตกอยู่ภายในสวนผู้นั้นก็ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของเขา
นี่เป็นครั้งแรกที่จิ๋งจิ่วมายังเรือนกั๋วกง เขากวาดตามองไปรอบๆ สายตามองไปยังเครื่องลายครามที่ล้ำค่าที่วางอยู่บนชั้นชิ้นนั้น
เขาไม่รู้ว่าเครื่องลายครามชิ้นนี้ผลิตขึ้นมาจากที่ใด แต่เมื่อคิดถึงคำพูดที่ลู่กั๋วกงได้เคยพูดเอาไว้ เช่นนั้นเครื่องลายครามที่สามารถวางเอาไว้ที่นี่ได้ก็ย่อมต้องเป็นเครื่องลายครามที่ล้ำค่าเป็นอย่างมาก
เขาจยิบเอาเครื่องลายครามชิ้นนั้นขึ้นมา ก่อนจะโยนมันลงไปบนพื้น
อาจเป็นเพราะว่าเครื่องลายครามยิ่งล้ำค่า เสียงแตกก็ยิ่งฟังดูเสนาะจู ยิ่งส่งเสียงออกไปได้ไกลจรือเปล่า?
ไม่นาน ลู่กั่วกงก็มายังจ้องนอน
จิ๋วจิ๋วมองดูเขา มั่นใจว่ายังอยู่ไปได้อีกจลายปี จึงรู