สมณะแก่มองจิ๋งจิ่วพลางกล่าวอย่างถอนใจว่า “อารมณ์ของผู้อาวุโสสำนักท่านร้อนไปหน่อยนะ”
สำหรับลูกศิษย์ของพุทธศาสนาแล้ว การที่ยังไม่ทันทำอะไรก็ไปถามคนอื่นว่าอยากตายหรือเปล่าหรือว่าเชิญคนอื่นให้ไปตายนั้นเป็นเรื่องยากจะยอมรับได้
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “เหอปู้มู่นอกจากปลูกสมุนไพรแล้วก็ต้องปรุงยา ก็เลยรู้สึกร้อนไปบ้าง”
ร้อนสองคำนี้มันไม่ใช่เรื่องเดียวกันเลย
แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้สนใจท่าทีของเหอปู้มู่เลย
เป็นเพราะเรื่องนั้น สำนักชิงซานในตอนนี้จึงเงียบเป็นอย่างมาก แต่ความเงียบมิได้หมายถึงว่าต้องการอยู่อย่างเงียบๆ ไม่เป็นที่สังเกต ทว่าในเวลาส่วนใหญ่มันหมายถึงว่ากำลังมีการสะสมของพลังอะไรบางอย่าง
จากเขาไปจนถึงหยวนฉีจิง จากเหอปู้มู่ไปจนถึงเหล่าศิษย์หนุ่มอย่างหลินอิงเหลียง อารมณ์ของพวกเขาล้วนแต่มีปัญหา จึงย่อมต้องหุนหันพลันแล่นไปบ้าง
แต่ในเวลาแบบนี้ เหล่าไท่จวินของสำนักเสวียนหลิงยังไปจับมือกับสำนักจงโจว สำนักชิงซานจึงทำการตอบโต้ที่แข็งกร้าวออกมาจากในสัญชาตญาณ
สมณะหนุ่มฟังบทสนทนาของอาจารย์และจิ๋งจิ่วไม่เข้าใจ จึงถามอย่างเป็นกังวลว่า “เจ้าสำนักเฉินและคุณหนูจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
จิ๋งจิ่วมองไปทางท้องฟ้าที่อยู่ด้านนอกเรือน ค