ลกแห่งการบำเพ็ญพรตครหานินทา ถึงได้เลือกที่จะจากไปเอง ให้เวลาสำนักเสวียนหลิงได้คิดหนึ่งคืน
ส่วนเรื่องที่ใครจะเป็นฝ่ายชนะ นี่มิใช่สิ่งสำคัญที่เหล่าผู้บำเพ็ญพรตครุ่นคิดถึง
ถึงแม้เหอปู้มู่จะเป็นผู้อาวุโสธรรมดา พาศิษย์ธรรมดามาด้วยแค่สองสามคน แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นศิษย์และผู้อาวุโสของสำนักชิงซาน
ต่อให้พวกเขาไม่สามารถจัดการสำนักเสวียนหลิงได้ สำนักชิงซานย่อมต้องส่งคนมา
เรื่องที่สำนักกระบี่ซีไห่ถูกสำนักชิงซานถล่มสำนักเมื่อสองปีก่อน เชื่อว่าผ่านไปอีกสองร้อยปีก็ยังไม่มีใครลืม
สายตาทุกคู่ต่างมองไปยังเหล่าไท่จวิน อยากรู้ว่านางจะตัดสินใจอย่างไร
หากเจ้าสำนักเฉินและเต๋อเซ่อเซ่อเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ สงครามย่อมเป็นเรื่องที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้ แต่จากนิสัยของเหล่าไท่จวินแล้ว นางน่าจะไม่ทำให้เรื่องราววุ่นวายตั้งแต่เริ่ม
สีหน้าของเหล่าไท่จวินไม่มีการเปลี่ยนแปลง มองไม่เห็นถึงควาลังเลและการยอมอ่อนข้อใดๆ
ผู้คนคิดถึงคำพูดประโยคนั้นของผู้อาวุโสเหอ ในใจคิดว่าเป็นจริงดั่งว่า สำนักจงโจวยื่นมือเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้แล้ว…แต่ว่าทางนั้นปิดสำนักอยู่มิใช่หรือ?
……
……
เมื่อกลับมาถึงเรือนที่เงียบสงบ สมณะทั้งสามถอดหมวกลี่เม่าออก