เที่ยงตรงถึงจะผ่าเผย
หลิ่วฉือทอดตามองออกไป ไม่ได้พูดอะไรอีก
จิ๋งจิ่วไม่ได้สนใจ เขาเพียงแต่คิดไม่ออกว่าจะใช้วิธีอะไรมาทำให้เสวี่ยจีลงมือ
เมื่อคิดถึงเสวี่ยจี เขาก็คิดไปถึงคันฉ่องฟ้ากระจ่าง จากนั้นกล่าวว่า “ถงเหยียนเหมือนจะวางแผนเล่นงานซีไห่เอาไว้เช่นเดียวกัน น่าจะเป็นแผนที่วางเอาไว้ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน”
หลิ่วฉือกล่าวว่า “แผนของเด็กพวกนั้นคืออะไร? อย่ามาทำให้แผนการของพวกเราวุ่นวายแล้วกัน”
จิ่งจิ่วกล่าว “ไม่รู้ รู้เพียงแต่ว่าเกี่ยวข้องกับกั้วตง”
หยวนฉีจิงกล่าวเสียงทุ้มต่ำ “ผู้อาวุโสทำเป็นแต่เพียงฆ่าคน หากพูดถึงเรื่องการวางแผนแล้ว เกรงว่ายังไม่อาจเทียบศิษย์น้องเล็กได้ด้วยซ้ำ”
หลิ่วฉือส่งเสียงอืม เห็นด้วยกับคำพูดนี้
จิ๋งจิ่วหมุนตัวเดินไปตรงหน้าป้ายหิน เงยหน้ามองดูปลอกกระบี่ที่ปักอยู่ในป้ายหินนั้น ไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่
“พวกเจ้าคิดกันไปก่อนว่าควรจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร”
เมื่อกล่าวจบประโยคนี้ เขาก็ตบกระดองหยวนกุย ก่อนจะเรียกกระบี่คมจักรวาลออกมา จากนั้นนั่งกระบี่จากไป
……
……
ลำแสงกระบี่ที่เยือกเย็นและอ้างว้างส่องสว่างยอดเขาเสินม่อ ทิวทัศน์ในฤดูใบไม้ผลิค่อยๆ จืดจางลง
หยวนฉวี่และผิงหย่งเจียหลับตาทำสมาธิอยู่ในตำหน