นใจใดๆ แต่อาจจะเป็นเพราะจุดยืนที่คล้ายกัน จึงทำให้เขาเกิดความรู้สึกสงสารคนผู้นี้ขึ้นมา
เขาเดินกลับเข้าไปในห้องฌาน เตรียมจะเก็บภาชนะสัมฤทธิ์และภาชนะดินเผาเหล่านั้นขึ้นมา พรุ่งนี้จะไปยังเมืองต้าหยวนเพื่อมอบให้แก่คุณชายหลี่ผู้นี้ ในเมื่อเสวี่ยจีไม่ยอมเรียนสิ่งเหล่านี้ เช่นนั้นต่อให้เก็บไว้ข้างกายมันก็ไม่มีประโยชน์
ในเวลานี้เอง เขาพลันรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆ จึงเดินไปริมหน้าต่าง พบว่าผิวทะเลสาบมีคลื่นน้ำกระเพื่อมขึ้นมา กระบี่คมจักรวาลลอยอยู่เหนือผิวน้ำ
เสวี่ยจีห่มผ้าห่มยืนอยู่บนปลายกระบี่ จิ๋งจิ่วยืนอยู่ด้านหลังของนาง คันฉ่องฟ้ากระจ่างมัดอยู่ด้านหลังของเขา ชิงเอ๋อร์นั่งอยู่บนไหล่ของเขา
นี่เตรียมจะไปแล้วอย่างนั้นหรือ? ถงเหยียนคิดในใจว่าแล้วจะผนึกความหนาวเย็นของเสวี่ยจีเอาไว้อย่างไร? หรือจิ๋งจิ่วมีวิธีที่จะทำให้ข่ายพลังตะเกียงในสำนักแม่ชีติดตัวไปด้วย? ยิ่งไปกว่านั้นข้าวของของตัวเองก็ยังไม่ได้เก็บเลย
ในขณะที่กำลังคิดถึงเรื่องเหล่านี้ เขาพลันมองเห็นความรู้สึกผิดในดวงตาของชิงเอ๋อร์ จึงรู้สึกตกใจทันที
“ข้าไม่มีทางเลือก คันฉ่องฟ้ากระจ่างอยู่ในมือเขา” ชิงเอ๋อร์กล่าวอย่างเศร้าสร้อย
ถงเหยียนไม่ได้พูดอะไร เขาเรียก