ารู้เพียงแต่ว่าตอนนี้ธงสุริยันนับวันจะยิ่งกล้าแกร่งมากขึ้น มีเพียงประมุขหนุ่มของพวกเราคนนั้นที่รู้ว่าจะควบคุมวิชาลับโบราณของมันได้อย่างไร ดังนั้นเขาจึงยิ่งจะโอหังอวดดี”
เกาหยาแค่นหัวเราะพลางกล่าว “กระทั่งราชาแห่งเพลิงที่หลับใหลอยู่ใต้ดินก็ยังถูกยั่วยุ แล้วนี่เขายังคิดจะโอหังอวดดีอย่างไรอีก?”
ซูชีเกอยิ้มเย้ยหยันพลางกล่าวว่า “กระทั่งของวิเศษล้ำค่าของสำนักจงโจวเขาก็ยังกล้าคิดแย่ง ไหนเลยจะยังสนใจสัตว์วิเศษที่สำนักจงโจวเลี้ยงเอาไว้อีกล่ะ?”
เกาหยานิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “สำนักจงโจวไล่ถงเหยียนออกจากสำนัก เพราะว่าถงเหยียนขโมยคันฉ่องฟ้ากระจ่าง…เจ้าคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงไหม?”
ซูชีเกอกล่าวว่า “ถึงแม้ข้าจะไม่รู้ว่าท่านประมุขได้ข่าวมาจากไหน แต่ข้าเชื่อว่านี่เป็นเรื่องจริง”
เกาหยามองดูศิษย์ของนิกายที่กำลังช่วยกันค้นหาของวิเศษอยู่ด้านนอกหุบเขาเหล่านั้น พลางกล่าวเสียงแผ่วเบาว่า “เจ้ากังวลว่าหากคันฉ่องฟ้ากระจ่างตกอยู่ในมือของท่านประมุข มันจะทำให้เรื่องราวในอดีตเกิดขึ้นอีกครั้งอย่างนั้นหรือ?”
ซูชีเกอกล่าวว่า “พวกเราสู้สำนักชิงซานไม่ได้ หรือเราจะสู้สำนักจงโจวได้?”
“หากท่านประมุขสามารถหลอมคันฉ