่องฟ้ากระจ่างได้จริงๆ นิกายของเราก็จะเท่ากับมีขุมกำลังของทะลวงสวรรค์เพิ่มขึ้นมาอีกคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นชิงซานหรือว่าจงโจว พวกเขาก็ต้องฉุกคิดแล้วว่าหากต้องเผชิญหน้ากับทะลวงสวรรค์พร้อมกันถึงสองคน พวกเขาจะต้องสูญเสียอะไรบ้าง…” เกาหยานิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “ยิ่งไปกว่านั้นตาแก่อย่างพวกเรายังจะทำอะไรได้อีกล่ะ?”
ซูชีเกอกล่าวว่า “ตอนที่วัดกั่วเฉิงเกิดเรื่องขึ้นเมื่อสองสามปีก่อน ได้ยินว่ามีคนเห็นท่านปรมาจารย์”
เกาหยาแค่นหัวเราะพลางกล่าวว่า “คำพูดเหลวไหลเช่นนี้เจ้าก็ยังเชื่อหรือ?”
ซูชีเกอกล่าวว่า “ใช่ ในตอนแรกสุดข้าเองก็ไม่เชื่อเหมือนกัน แต่สุดท้ายข้าจำต้องเชื่อ”
เกาหยาหมุนตัวกลับมา มองดูใบหน้าที่คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มของซูชีเกอ คิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเห็นซูชีเกอหยิบเอาป้ายคำสั่งอันหนึ่งออกมา สีหน้าเปลี่ยนไปทันที
ก็เหมือนกับที่ได้บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ เขาใช้ชีวิตอยู่ในสำนักเสวียนอินมาเป็นเวลานาน มีความอาวุโสมากกว่าซูชีเกอ แล้วก็ล่วงรู้เรื่องที่ไม่ควรรู้มากมาย
“หรือว่าท่านปรมาจารย์จะหนีออกมาได้แล้วจริงๆ?”
เกาหยาตกตะลึงอย่างถึงที่สุด แต่กลับไม่ได้ลนลาน เขาจ้องมองดวงตาของซูชีเกอ พลางกล่าวซักไ