ขาเหลียวหน้ากลับมามองดูปลาไนเพลิงอย่างรู้สึกเสียดาย
ปลาไนเพลิงสะบัดหางเล็กน้อย รู้สึกอาลัยอาวรณ์เช่นเดียวกัน
……
……
ภูเขาเหลิ่งซานที่อยู่ในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิยังคงหนาวเย็น ทุ่งรกร้างยังคงรกร้าง รอบด้านเต็มไปด้วยความแห้งแล้งและตายซาก อย่าว่าแต่ควายป่ากับนกเอี้ยงเลย กระทั่งแมลงสักตัวก็ยังมองไม่เห็น
ที่มันดูแห้งแล้งวังเวงเช่นนี้ย่อมมิได้มีความเกี่ยวข้องกับอากาศไปเสียทั้งหมด หากแต่มีความเกี่ยวข้องกับศิษย์ของนิกายเสวียนอินที่กระจายตัวอยู่ในทุ่งกว้างเหล่านั้น
วิหารใหญ่ของนิกายเฟิงเตาอยู่ในเมืองจวี้เย่ แต่ในเวลานี้พวกเขาต้องเอากำลังทั้งหมดไปเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของทางที่ราบหิมะ ส่วนสำนักคุณหลุนที่ดูดีเพียงเปลือกนอก แต่ความจริงแล้วอ่อนแอก็ไม่สามารถมาจัดการกับการเคลื่อนไหวของทางเขาเหลิ่งซานได้ หลังจากสำนักเสวียนอินเปลี่ยนชื่อเป็นนิกายเสวียนอิน อิทธิพลของพวกเขาก็ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว นับวันจะยิ่งเหิมเกริมอวดดี มีความรู้สึกคล้ายสำนักเสวียนอินเมื่อในอดีต
ตามหลักแล้ว เมื่อทางเหนือมีร่องรอยว่าจะมีสำนักฝ่ายอธรรมฟื้นตัวกลับมามีอำนาจ สำนักจงโจวในที่ฐานะที่เป็นผู้นำฝ่ายธรรมะควรจะยื่นมือเข้ามาจัดการ แต่หลายปีมา