กัน”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ จิ๋งซางรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ในใจคิดว่ามีวาสนาขนาดนี้เลยเชียวหรือ?
แต่จิ๋งหลีกลับรู้สึกกลุ้มใจ เขาอยู่ในขั้นสมความนึกคิดแล้ว จิ่งเหยาที่เป็นสายเลือดราชวงศ์ก็ยังมิอาจเทียบเขาได้ ราชองครักษ์จินที่อยู่ในวังยังบอกว่าเขามีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม แต่ผลสุดท้ายก็ยังก้าวหน้าได้ช้า? แล้วก็เรื่องที่เขาอาจจะได้ไปชิงซาน เขาย่อมต้องรู้ว่านั้นเป็นวาสนาที่หาได้ยาก แต่ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็ นั่นมิเท่ากับว่าตนเองต้องแยกจากซือเอ๋อร์จริงๆ หรอกหรือ?
……
……
จิ๋งจิ่วไม่รู้ว่าจิ๋งหลีกำลังคิดอะไรอยู่ ต่อให้รู้ก็ไม่มีทางสนใจ
ได้ผู้พิทักษ์ชิงซานเป็นผู้เบิกทางเริ่มสอนให้ ขอเพียงยินยอมก็สามารถตามเขาไปเรียนกระบี่ได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้บำเพ็ญพรตคนไหนก็ล้วนแต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด
แต่เรื่องการบำเพ็ญพรตเช่นนี้ ไม่ว่าจะได้ใครเป็นผู้ชักนำเข้ามา สุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่ที่ตัวของแต่ละคน
ทุกคนล้วนแต่มีความคิดเป็นของตัวเอง มิอาจเรียกได้ว่าน่าเสียดาย
จิ๋งจิ่วกลับมายังห้องหนังสือ ตั้งใจลับกระบี่ต่อ ความเร็วยิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานก็เอาเวลาที่เสียไปในเรือนด้านหน้ากลับมาได้
แขนขวาของเขากับกระดูกปีศาจท่อนน