ั้นส่งเสียงเสียดสีกันเบาๆ แล้วก็ยังมีความรู้สึกนุ่มนวลอย่างหนึ่งด้วย ฟังดูเสนาะหู
อย่างน้อยสำหรับเขาแล้วมันก็น่าฟัง เรียกได้ว่าไพเราะ
ในช่วงเวลาสามวันสามคืนหลังจากนั้น เขามิได้พักผ่อนแม้เพียงครู่ กระทั่งท่าทางก็มิได้เปลี่ยนแม้แต่น้อย
จนกระทั่งด้านนอกหน้าต่างมีเสียงฝีเท้าดังขึ้นมา
จิ๋งจิ่วหยุดการเคลื่อนไหว รู้ว่าว่าแขนปวดเมื่อยเล็กน้อย
นี่เป็นเรื่องที่พบเห็นได้น้อยมากสำหรับเขา
จริงอยู่ที่กระดูกปีศาจท่อนนั้นแข็งเป็นอย่างมาก แต่หลักๆ แล้วเป็นเพราะการเคลื่อนไหวของเขาเร็วเกินไป
หากนับการเสียดสีครั้งหนึ่งเท่ากับการออกกระบี่ครั้งหนึ่ง เช่นนั้นในช่วงเวลาสามวันสามคืนนี้ อย่างน้อยเขาก็ออกกระบี่ไปแล้วแสนครั้ง
ต่อให้เป็นผู้ฝึกกระบี่ที่โง่เขลาแค่ไหน แต่การที่ได้ออกกระบี่เป็นจำนวนมากขนาดนี้ในชั่วระยะเวลาสั้นๆ ขนาดนี้ ดูแล้วคงจะสามารถเข้าใจความหมายที่แท้จริงที่อยู่ในกระบี่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับเขา
หลังลับกระบี่มาสามวันสามคืน เขาก็ได้ความรู้ใหม่เกี่ยวกับวิถีกระบี่ แล้วก็สูญเสียพลังไปไม่น้อยด้วยเช่นกัน
“เทชาให้ข้าหน่อย” จิ๋งจิ่วกล่าว “
คนตระกูลจิ๋งย่อมไม่มีทางมารบกวนเขา คนที่อยู่ด้านนอกหน้าต่างเป็นหญิงสาวคนหนึ่ง