เวลาอยู่ที่เรือนนางคือหลานสาวคนเล็กสุด แต่ไหนแต่ไรมาเป็นเหมือนแก้วตาดวงใจของปู่ อย่าว่าแต่น้ำตอนต้นฤดูใบไม้ผลิ[1]เลย ต่อให้น้ำในฤดูอื่นนางก็ไม่มีสัมผัสถูก นั่นย่อมต้องรวมไปถึงน้ำชาด้วย
ตามหลักแล้วเมื่อได้ยินคำพูดของจิ๋งจิ่ว นางควรจะโกรธเกรี้ยว อย่างน้อยก็ต้องแสดงความหยิ่งยโสออกมาหน่อย แต่ไม่รู้เป็นเพราะคิดถึง ‘เครื่องแป้ง’ เหล่านั้นหรือว่าเหตุผลอื่น นางกลับเปิดประตูเข้ามา ก่อนจะเทชาให้จิ๋งจิ่ว จากนั้นยืนคอยอยู่ข้างๆ อย่างเชื่อฟัง
จิ๋งจิ่วรับเอาถ้วยชามาดื่ม สายตาตกลงเล็กน้อย กล่าวว่า “เจ้ารู้จักข้า?”
หญิงสาวเผยให้เห็นสีหน้ากระอักกระอ่วน กล่าวเสียงสั่นเครือเล็กน้อยว่า “ข้ารู้ว่าท่านคืออาจารย์เซียนจิ๋งจิ่ว”
จิ๋งจิ่วคิดถึงเรื่องที่หลิ่วฉือและจัวหรูซุ่ยชอบทำเหมือนกันขึ้นมา พบว่าแบบนั้นก็สะดวกดีเหมือนกัน ดังนั้นจึงส่งเสียงอืมออกมา
คำว่าอืมนี้น่าสนใจเป็นอย่างมาก เสียงที่ตวัดขึ้นลงนั้นสามารถแสดงความหมายออกมาได้หลายอย่าง
บางครั้งก็แสดงถึงความเห็นด้วย บางครั้งก็แสดงถึงความสงสัย บางครั้งก็แสดงถึงความโกรธเกรี้ยว หรือแม้นจะตวัดหางเสียงเพียงเล็กน้อยเหมือนกัน แต่มันกลับแสดงถึงการไถ่ถามหรือการท้าทายได้
สำหรับเหล