่าคนเกียจคร้านของสำนักชิงซานแล้ว นี่ถือเป็นทักษะที่ควรจะเรียนรู้ให้ชำนาญ
จิ๋งจิ่วย่อมต้องกำลังถาม
หญิงสาวกล่าวอย่างกลัวๆ ว่า “ข้าเคยได้ยินพี่หลีบอกว่าท่านคือท่านอาเล็กของเขา วันนั้นหลังกลับไปยังเรือนด้านหลังแล้วข้าถึงนึกขึ้นมาได้ว่าน่าจะเป็นท่าน”
จิ๋งจิ่วกล่าว “อืม?”
หญิงสาวรีบพูดว่า “พี่หลีมิได้บอกเรื่องอื่นกับข้า ข้าเองก็มิเคยบอกคนอื่นว่าท่านอยู่เมืองเจาเกอ”
จิ๋งจิ๋วกล่าวว่า “อืม”
หญิงสาวโล่งใจขึ้น มองดูกองเศษผงที่ส่องประกายอยู่บนโต๊ะ สุดท้ายทนเก็บความรู้สึกสงสัยเอาไว้ไม่ไหว จึงกล่าวถามเสียงเบาๆ ว่า “ท่านกำลังทำอะไรอยู่กันแน่?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ลับกระบี่”
หญิงสาวงุนงง ในใจครุ่นคิดว่ากระบี่อยู่ที่ไหน?
จิ๋งจิ่วกล่าว “ต่อไปไม่ต้องมาอีก”
หญิงสาวรู้ว่านี่คือโอกาสสุดท้าย จึงรวบรวมความกล้า เตรียมจะพูดประโยคที่ตนเองครุ่นคิดมาเป็นเวลาสามวัน
“ไม่ต้องพูด”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ไม่ว่าเรื่องอะไรข้าก็ไม่อยากฟัง บอกจิ๋งหลีว่าข้าดื่มชาของเจ้าไปถ้วยหนึ่ง แค่นี้ก็พอ”
หญิงสาวงุนงงอีกครั้ง ทันใดนั้นพลันเข้าใจความหมายของเขา รีบกล่าวขอบคุณ ก่อนจะวิ่งออกจากห้องหนังสือไปหาจิ๋งหลี
จิ๋งจิ่ววางถ้วยชาลง จากนั้นลับกระบี่ต่อ
ช