ังลึกอยู่ในใจนาง
ตอนนั้นท่านไป๋กุ่ยถูกสมณะหนุ่มผู้นี้กอดเอาไว้ อีกทั้งยังแสดงออกว่าเชื่อฟังเป็นอย่างมาก
อยู่บนยอดเขาเสินม่อมานานขนาดนี้ ไม่ว่านาง กู้ชิงหรือว่าหยวนฉวี่ก็ล้วนแต่ไม่เคยเห็นมันเป็นเช่นนี้มาก่อน
แต่สมณะหนุ่มผู้นี้กลับควบคุมท่านไป๋กุ่ยเอาไว้ได้…ต่อให้นางจะมั่นใจในตัวเองแค่ไหน ก็ย่อมต้องรู้ว่าตัวเองมิใช่คู่ต่อสู้ของคนผู้นี้
“อยากจะถ่วงเวลาหรือ? ไม่เหมือนกับเจ้าล่าเยวี่ยที่เล่าลือกันเลย”
อินซานเอาขลุ่ยกระดูกเสียบไว้ข้างเอว มองดูนางพลางกล่าวยิ้มๆ
เจ้าล่าเยวี่ยมิได้สนใจที่อีกฝ่ายมองออกว่าตนเองกำลังถ่วงเวลา เพราะนางรู้ว่าตัวเองมิใช่พระสนมหู แล้วก็มิใช่เสี่ยวเหอ ไม่ถนัดในการแสดงละคร
“เช่นนั้นท่านผู้อาวุโสคือใครอย่างนั้นหรือ?”
อินซานมิได้ตอบคำถามนาง หากแต่กล่าวว่า “จิ๋งจิ่วไม่กล้าพาหมากับไก่มาด้วย เจ้าเต่าแก่ก็พามาด้วยไม่ไหว อย่างนั้นก็ได้แต่ต้องพาแมวมา แต่ปัญหาก็คือ…แต่ไหนแต่ไรมาแมวมันขี้ขลาด ดังนั้นความจริงแล้วสภาวะของข้ามิได้สูงส่งเหมือนอย่างที่ข้าคิดเอาไว้หรอก เจ้าอยากจะลองฆ่าข้าดูไหมล่ะ?”
สำหรับสมณะหนุ่มผู้นี้แล้ว ผู้พิทักษ์ทั้งสี่ของชิงซานเหมือนเป็นสัตว์เลี้ยงที่เพื่อนบ้านเลี้ย