ก็พอ”
“ไม่จำเป็น เพราะข้าไม่เชื่อว่าเขาจะหลอมยันต์เซียนได้ ต่อให้…เขาจะเป็นจิ่งหยางกลับมาเกิดใหม่จริงๆ”
นักพรตไป๋กล่าวด้วยสีหน้าเฉยชา “เพราะสภาวะของเขาตอนนี้ต่ำเกินไป”
……
……
ในเมื่อฤดูหนาวมาถึงแล้ว ฤดูใบไม้ผลิย่อมต้องตามมา
ฝนฤดูใบไม้ผลิที่หนาวเย็นเล็กน้อยมาเยือน ต้นไม้ในวัดกั่วเฉิงเริ่มแตกใบอ่อน
จิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ยใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบอยู่ในสวนจิ้งหยวน เวลาที่หลิ่วสือซุ่ยใช้ทำงานในสวนผักมีมากขึ้น แต่ทุกวันเขาก็มิได้ลืมที่จะมาขอคำชี้แนะเรื่องวิถีกระบี่จากจิ๋งจิ่ว
ผ่านไปสามสี่วันเจ้าล่าเยวี่ยก็จะไปฟังไต้ซือสาธยายธรรมที่ตำนักแสดงธรรมครั้งหนึ่ง แมวขาวเองก็มักจะตามไปด้วย เกาะอยู่บนขอบหน้าต่าง อาบแดดพลางฟังธรรม
เหล่าสณะคุ้นชินกับแมวขาวตัวนี้แล้ว มิได้รู้สึกแปลกอะไร บางครั้งก็จะไปเล่นกับมัน ทุกครั้งเล่นจนเจ้าล่าเยวี่ยรู้สึกวิตกกังวล กลัวว่าจู่ๆ มันจะคลุ้มคลั่งขึ้นมา จนส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของชิงซานและวัดกั่วเฉิง
ตอนนี้จิ๋งจิ่วไม่ค่อยได้ไปยังตำหนักแสดงธรรมแล้ว เวลาส่วนใหญ่จะนอนอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ บำเพ็ญเพียรของตนเองไปโดยมีสายลม แสงแดดและสายฝนของฤดูใบไม้ผลิอยู่เป็นเพื่อน สภาวะมิได้ขยับขึ้นแม้