ล่าเยวี่ยกินปลาตุ๋นไปตัวหนึ่ง อารมณ์จึงรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย
หลังกินข้าวเสร็จ เสี่ยวเหอก็ไปเปลี่ยนชาใหม่ให้พวกเขา จิ๋งจิ่วพลันกล่าวถามว่า “ทำไมเจ้าถึงไม่ยอมไปเรือนอี้เหมา?”
นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาถามคำถามนี้
หลิ่วสือซุ่ยก้มหน้าไม่พูดอะไร
จิ๋งจิ่วคิดถึงท่าทางของเจ้าล่าเยวี่ยที่ยืนอยู่ตรงหน้าเจดีย์ไม่ยอมรับปากตน รู้สึกค่อนข้างจนปัญญา ในใจครุ่นคิดว่าทำไมถึงได้ดื้อกันขนาดนี้?
เจ้าล่าเยวี่ยลุกขึ้นพาเสี่ยวเหอเดินออกไปจากกระท่อม เพื่อจะได้ไม่รบกวนการสนทนาระหว่างนายบ่าวคู่นี้
“ข้าจะไม่บอกใคร”
จิ๋งจิ่วให้สัญญา
สำหรับเขาแล้ว นี่เป็นเรื่องที่พบเห็นได้น้อยมาก
หลิ่วสือซุ่ยลุกขึ้น เดินไปหยิบเอากล่องใบหนึ่งออกมาจากในช่องลับแห่งหนึ่ง
ภายในกล่องมีพัดเล่มหนึ่งและพู่กันด้ามหนึ่ง
จิ๋งจิ่วมองดูพัดเล่มนั้น กล่าวว่า “ธรรมดา”
จากนั้นเขามองดูพู่กันเล่มนั้น สีหน้าขึงขังขึ้นมาเล็กน้อย กล่าวว่า “ไม่เลว”
การที่สามารถทำให้เขาสามารถวิจารณ์ว่าไม่เลวได้ นั่นจะต้องเป็นอาวุธวิเศษที่ร้ายกาจอย่างมากบนแผ่นดินเฉาเทียนอย่างแน่นอน
ภายในกระท่อมพลันมีเสียงหวึ่งๆ ดังขึ้นมา
ฤดูหนาวไม่มียุง ใครกำลังส่งเสียงร้องกัน?
หลิ่วสือซุ่ยพลันยกมื