อย่างนี้อยู่เรื่อยเลย… ไม่รู้แล้วว่านางเป็นศิษย์ของยอดเขาไหนกันแน่”
……
……
เมฆกระบี่หยุดลงบนยอดเขา ก่อนจะสลายหายไปกลายเป็นไอเมฆจำนวนนับไม่ถ้วน จากนั้นรวมตัวกับชั้นเมฆบริเวณหน้าผาจนไม่สามารถแยกออกได้อีก ไม่ได้เห็นชิงซานมาเป็นเวลาหลายปี หากเปลี่ยนเป็นผู้บำเพ็ญพรตคนอื่น บางทีอาจจะมีความรู้สึกทอดถอนใจเล็กๆ น้อยๆ แต่จิ๋งจิ่วไม่มีความคิดเหล่านี้ เขาเพียงแต่รู้สึกว่ามีบางเรื่องได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นแล้ว
เมื่อมองดูตำหนักเต๋าและถ้ำบนยอดเขาที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง แล้วฟังเสียงร้องของวานรที่ดังมาจากบริเวณหน้าผา เขาก็พบว่าช่วงเวลาที่ตนเองอยู่ชิงซานในชีวิตนี้นับวันจะน้อยลงเรื่อยๆ ส่วนช่วงเวลาที่ออกไปเดินอยู่ในโลกภายนอกนับวันจะยิ่งเยอะขึ้นเรื่อยๆ — ต้องโทษล่าเยวี่ยที่ตอนนั้นจะออกไปเที่ยวข้างนอกให้ได้ เขาพูดกับตัวเองในใจ
เสียงร้องด้วยความยินดีของเหล่าวานรบนหน้าผาพลันหยุดลง เสียงเสียดสีกันของต้นไม้เองก็หายไปด้วย พวกมันที่เดิมคิดอยากจะขึ้นมาบนยอดเขาเพื่อหาจิ๋งจิ่วพบว่าหลิ่วฉืออยู่ด้วย จึงรู้สึกหวาดกลัวไม่กล้าเข้ามา กู้ชิงและหยวนฉวี่เดินออกมาจากในถ้ำ ยังไม่ทันจะคารวะจิ๋งจิ่วก็มองเห็นหลิ่วฉือ จึงรีบก้มกราบลงไป